
Silver Age อีก Theme ลงทุนในทศวรรษนี้
หนึ่งในการลงทุนที่ร้อนแรงอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกองทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพหรือหุ้นในกลุ่ม Healthcare ที่ปัจจุบันในตลาดบ้านเรามีกองทุนทยอยออกมากว่า 14 กอง (รวมกองทุน RMF) ด้วยขนาดสินทรัพย์สุทธิกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท (ณ วันที่ 9 ก.ย. 2558)
หนึ่งในการลงทุนที่ร้อนแรงอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกองทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพหรือหุ้นในกลุ่ม Healthcare ที่ปัจจุบันในตลาดบ้านเรามีกองทุนทยอยออกมากว่า 14 กอง (รวมกองทุน RMF) ด้วยขนาดสินทรัพย์สุทธิกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท (ณ วันที่ 9 ก.ย. 2558)
ปัจจัยหลักๆ ที่สนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ก็คือเทรนด์ของประชากรสูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นตามมา
อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแค่หุ้นในกลุ่ม Healthcare เท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มประชากรสูงอายุ แต่ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมอีกมากมายที่จะได้รับประโยชน์จากประชากรในกลุ่มนี้หรือที่เรียกกันว่ากลุ่ม Silver Age ซึ่งเป็นศัพท์ที่ใช้เรียกแทนกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะคนในวัยนี้มักมีผมสีขาวหรือสีเงิน (Silver) นั่นเอง
ข้อมูลที่น่าสนใจของสหประชา ชาติรายงานว่าในอีก 40 ปีข้างหน้า (ระหว่างปี 2558–2598) ประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปี จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 252% นอกจากนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ที่จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จะถูกแซงด้วยจำนวนกลุ่มผู้สูงอายุ (ที่มา : Amundi Asset Management)
ทั้งนี้ โครงสร้างประชากรที่มีคนสูงอายุเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการลดลงของอัตราการเกิดและอายุขัยเฉลี่ยที่ยาวนานขึ้น จากเทคโนโลยีทางการแพทย์และการหันมาเอาใจใส่สุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวจากการที่มีจำนวนบุตรน้อยลง ประกอบกับอายุที่ยืนยาวขึ้นของคนในครอบครัว ทำให้แนวโน้มที่คนในครอบครัวจะหันมาดูแลผู้ที่มีอายุสูงกว่า ส่งผลให้ทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ
พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้สูงอายุไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม Healthcare เท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลายอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงถึงประชากรผู้สูงอายุด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเราสามารถแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1) กลุ่มอายุ 65–80 ปี (Young Pensioners) ที่เพิ่งจะเกษียณอายุการทำงาน มีความมั่งคั่งสูง และยังค่อนข้างแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ โดยกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูงเนื่องจากส่วนใหญ่หมดภาระเงินก้อนใหญ่ เช่น สินเชื่อบ้านไปแล้ว ทำให้มีรายได้หลังหักภาษีอยู่ในระดับสูงและคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เอาใจใส่ดูแลสุขภาพตัวเองและยังมีพฤติกรรมการใช้จ่ายไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ การดูแลสุขภาพเพื่อฟื้นฟูสภาพและยืดอายุขัย (Anti-Aging)
หรือพูดง่ายๆ ว่าต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังจากทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งชีวิต ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อแลกมากับสินค้าหรือการบริการที่ดี เช่น ซื้อรถยนต์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองระดับไฮเอนด์ เดินทางกับสายการบินระดับเวิลด์คลาส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความต้องการด้านวางแผนทางการเงินเพื่อบริหารความมั่งคั่งหรือลงทุนในประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันราคาแพง เพื่อเสถียรภาพทางการเงินด้วย
2) กลุ่มที่อายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป (Elderly) เป็นกลุ่มที่สุขภาพเริ่มจะไม่แข็งแรงและมีความจำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น ดังนั้นพฤติกรรมการใช้จ่ายมักจะเกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยหายใจ และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีความต้องการบริการด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งคนในครอบครัวที่อายุน้อยกว่ายอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับความปลอดภัยของบุพการี เช่น เทคโนโลยีระบบการรักษาความปลอดภัยในบ้านและทรัพย์สิน เป็นต้น
แม้ว่าแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของผู้สูงอายุจะกระจายไปทั่วโลก แต่จากตัวเลขของสหประชาชาติประเมินว่า ประชากรที่สูงอายุในยุโรปมีสัดส่วนสูงที่สุดและจะสูงถึง 30% ในอีก 35 ปีข้างหน้า (ปี 2593) เทียบกับเอเชียที่คาดว่าจะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพียง 15%
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้สูงอายุในยุโรปมีลักษณะการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่เอื้อหนุนต่อผลกำไรของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้สูงอายุในยุโรปเป็นกลุ่มที่มีการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก หรือหญิงสูงวัยในยุโรปมียอดการใช้จ่ายในผลิตภัณฑ์ดูแลความงามในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับยอดการใช้จ่าย ทั่วโลก นอกจากนี้ผู้สูงอายุในยุโรปยังมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ยุโรปค่อนข้างสูงด้วย
จากที่ได้กล่าวมา สรุปได้ว่าอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากกลุ่มผู้สูงอายุนั้นครอบคลุมกว้างกว่ากลุ่ม Healthcare ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ สูงอายุ เช่น ศูนย์ดูแลคนชรา กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อน ท่องเที่ยว สันทนาการ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตัวเอง เช่น เวชสำอาง กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความมั่งคั่งและบริการทางการเงิน และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เหล่านี้ จึงมีความน่าสนใจและมีแนวโน้มที่น่าลงทุนตามแนวทางการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่จะมีอายุยืนขึ้น บลจ.กสิกรไทยจึงมีแผนที่จะออกกองทุนต่างประเทศ ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นยุโรปในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากประชากรผู้สูงอายุ โดยคาดว่าจะเปิดเสนอขายได้ในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้







