
เร่งเอกชนพัฒนาซอฟต์แวร์ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล
หากพูดถึงบริษัทซอฟต์แวร์ น้อยคนนักที่จะทราบว่านักพัฒนาระบบซอฟต์แวร์คนไทยมีฝีมือในเรื่องของการพัฒนาระบบใช้งานภายในองค์กรมากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เลือกใช้งานระบบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยมากกว่าระบบของต่างชาติ เพราะเข้าใจง่ายและตอบโจทย์คนท้องถิ่นเป็นอย่างดี
หากพูดถึงบริษัทซอฟต์แวร์ น้อยคนนักที่จะทราบว่านักพัฒนาระบบซอฟต์แวร์คนไทยมีฝีมือในเรื่องของการพัฒนาระบบใช้งานภายในองค์กรมากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เลือกใช้งานระบบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยมากกว่าระบบของต่างชาติ เพราะเข้าใจง่ายและตอบโจทย์คนท้องถิ่นเป็นอย่างดี
เฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาผู้ประกอบการให้ได้มาตรฐาน CMMI หรือ Capability Maturity Model Integration นั้น จัดขึ้นเพื่อวัดขีดความสามารถของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย เพื่อให้ทัดเทียมกับต่างประเทศและช่วยผู้ประกอบการให้ก้าวตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ
“การใช้งานโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นของคนไทย เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีโปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาระบบอยู่อย่างจำกัด การวัดระดับความสามารถให้เป็นไปตามมาตรฐานนี้จะช่วยทั้งเรื่องของการจัดมาตรฐานบริษัทที่ให้บริการ รับประกันความสามารถของนักพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นในการก้าวสู่ตลาดโลก” เฉลิมพล กล่าว
ปัจจุบันจำนวนของซอฟต์แวร์ที่มีการสร้างสรรค์มากที่สุด ในแต่ละทวีปแบ่งเป็นเอเชีย 56% อเมริกาเหนือ 26% ยุโรป 11% อเมริกาใต้ 6% และแอฟริกา 1% ซึ่งส่วนใหญ่ซอฟต์แวร์ที่ถูกผลิตออกมาให้ใช้งานจะช่วยให้เรื่องของการพัฒนาช่องทางการขายและเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด 24.2% พัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานในองค์กร 18.8% และให้บริการด้านไอที 15.9% เป็นต้น
แม้ว่าความเชื่อมั่นในการผลิตซอฟต์แวร์ เพื่อใช้งานภายในองค์กรของไทยยังมีชื่อเสียงน้อยกว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตโดยประเทศอินเดียและสหรัฐ แต่ภาครัฐก็ต้องการสนับสนุนให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทยสร้างมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี เพราะยังมีผู้ประกอบการรายย่อยอีกมากที่ต้องการนำไอทีไปใช้งาน
“เรากำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลเกือบทุกอุตสาหกรรมที่มีความต้องการนำไอทีไปใช้ในการบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม โรงแรม เฮลท์แคร์และท่องเที่ยวที่ต้องการใช้งาน ระบบสั่งซื้อหรือจองออนไลน์ คำนวณบัญชีค่าใช้จ่าย และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า เป็นต้น เพราะฉะนั้นนักพัฒนาก็ควรที่จะออกแบบระบบการใช้งานที่ง่ายและรองรับภาษาท้องถิ่น เพื่อให้ลูกค้านำไปปรับใช้ได้สะดวกขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งที่เราจะสู้กับต่างชาติ ยิ่งไทยกำลังจะเข้าสู่เออีซี ยิ่งทำให้ภาคธุรกิจมองหาเครื่องมือที่เหมาะสม” เฉลิมพล กล่าว
สมบูรณ์ ศุขีวิริยะ ประธานกรรมการ บริษัท โคแมนชี่อินเทอร์เนชั่นแนล บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับโรงแรม กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์แบรนด์ไทยนั้นยังเป็นปัญหา เพราะคนส่วนใหญ่จะคิดว่าคนไทยไม่น่าจะมีความถนัดด้านไอที ดังนั้นการจัดมาตรฐานความสามารถของบริษัทผู้ผลิตผ่านโครงการต่างๆ นั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ตลาดที่กำลังตัดสินใจซื้อมากขึ้น
“หากเป็นซอฟต์แวร์สำหรับโรงแรมนั้นมีการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ที่ผลิตโดยคนไทยมากถึง 70% อีก 30% ใช้ซอฟต์แวร์ต่างชาติหรือผสมกันทั้งสองแบบ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มองว่าระบบการทำงานที่เป็นภาษาไทย ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานในประเทศมากกว่าส่งออกต่างประเทศ และนำไปปรับใช้งานได้ง่าย” สมบูรณ์ กล่าว
ดังนั้น ภาครัฐควรสานต่อการสนับสนุนเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเงินทุนสนับสนุนขั้นต้นเพื่อการทำงานที่ต่อเนื่อง มีการวัดระดับมาตรฐานที่เป็นกลางสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด และกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้งานไอทีภายในองค์กรมากขึ้น







