posttoday
‘พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส’ ความสำเร็จจากสามัคคีในครอบครัว

‘พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส’ ความสำเร็จจากสามัคคีในครอบครัว

17 กันยายน 2558

โดย...ณัฐนิชา โพธิ์นางดำ

โดย...ณัฐนิชา โพธิ์นางดำ

ธุรกิจครอบครัวเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน หลายครอบครัวประสบความสำเร็จ แต่ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องล้มเหลว เนื่องจากความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวกับคำว่าธุรกิจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่สำหรับครอบครัว “เกียโคมินิ” ความสำเร็จดูเหมือนเป็นสิ่งที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม สำหรับธุรกิจฟาร์มโคนม “พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส”

เฮแกน หนึ่งในสมาชิกครอบครัวเป็นผู้บอกเล่าประสบการณ์ของตนเอง รวมทั้งการดำเนินธุรกิจ โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจฟาร์มโคนม “พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส” เริ่มจากการที่ครอบครัวของเฮแกนได้ซื้อฟาร์มโคนมในปี 1959 ด้วยความตั้งใจที่จะขายน้ำนมให้กับโรงงานทำชีสในท้องถิ่น ครอบครัวของเฮแกน เริ่มจากการเลี้ยงวัว 150 ตัว และมีฝูงวัวที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 500 ตัว ในกลางปี 1990

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเฮแกนและพี่น้องทั้ง 3 คน

เฮแกนและพี่น้องเติบโตขึ้นที่ฟาร์มโคนม แม่ของเฮแกนเป็นครู ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แม่ส่งเฮแกนพร้อมกับพี่น้องไปศึกษาต่อ โดยเฮแกนและพี่น้องเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสาขาเกี่ยวกับธุรกิจ

แต่ด้วยความฝันของพ่อที่อยากจะทำชีสและยังต้องการความช่วยเหลือในการทำฝันให้เป็นจริง จึงทำให้เฮแกนและพี่น้องต้องกลับมาที่ฟาร์มอีกครั้ง พี่น้องของเฮแกนตกลงที่จะช่วยบริหารงานในฟาร์ม แต่เฮแกนกลับตัดสินใจที่จะทำงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอกชนแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก สหรัฐ

ทว่าหลังจากนั้นบริษัทเกิดการบริหารงานผิดพลาด พนักงานในแผนกต่างพากันลาออก

“ในเวลานั้น ฉันรู้สึกเหนื่อยจนแทบหมดแรง ฉันต้องทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่งานในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงพนักงานขายเครื่องบดกาแฟ บวกกับการที่ในเวลานั้นฉันแต่งงานและมีลูก ฉันเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะหยุดพัก” เฮแกน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2008 พี่สาวได้ขอร้องให้เฮแกนกลับมาเป็นคณะกรรมการชั่วคราวในการบริหารจัดการฟาร์มอีกครั้ง โดยในต้นปี 2009 เฮแกนทุ่มเทเวลาในการทำงานอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นในปีต่อมาเฮแกนได้กลายมาเป็นหัวหน้าการเงิน ด้วยเหตุนี้เฮแกนจึงไม่เคยมองย้อนกลับไปในอดีตอีกเลย

ในปี 2010 พ่อและแม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินและที่ดินให้เฮแกน และพี่น้องรับช่วงต่อ นับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากในช่วงแรกสำหรับเฮแกน ที่ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งในการปรับตัว รวมทั้งพัฒนาความสามารถและความกล้าในการตัดสินใจในการบริหารฟาร์มที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย

ดังนั้น เฮแกนและพี่น้องจึงลงความเห็นว่าควรจัดให้มีการประชุมผู้บริหารขึ้น เพื่อที่จะสามารถหาทางออกให้กับปัญหาทั้งเรื่องการดำเนินธุรกิจรวมไปถึงปัญหาครอบครัว ซึ่งมักเป็นปัญหาที่ทับซ้อนกัน

อาจกล่าวได้ว่าการร่วมกันหาทางออกของปัญหานับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ “พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส” เป็นฟาร์มที่นำเสนอการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยภายในฟาร์มมีบ่อหมักก๊าซมีเทน ที่แปรรูปของเสียให้เป็นปุ๋ยหมัก รวมทั้งยังมีการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อช่วยในการจัดการของเสีย รักษาคุณภาพน้ำ จัดการทุ่งหญ้า การดูแลเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งช่วยในการผลิตชีส

ทั้งนี้ เป้าหมายของธุรกิจครอบครัว “เกียโคมินิ” คือการได้สร้างสรรค์สิ่งที่พิเศษ โดยผสานคุณค่าผลผลิตที่สดใหม่จากฟาร์มสู่ผู้บริโภค รวมทั้งความรักและความปรารถนาที่จะรักษาฟาร์มแห่งนี้ไว้ให้เป็นมรดกของครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือกันระหว่างบุคคลในครอบครัวทำให้ “พอยต์ เรส์ ฟาร์มสตีด ชีส” ได้รับรางวัลสำคัญอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลโซฟีอวอร์ด ซึ่งเป็นรางวัลออสการ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร โดยในปี 2014 เบย์บลูชีสได้รางวัลรองอันดับ 2 ในรางวัลประเภทการนำเสนอที่ดีที่สุด จากอเมริกัน ชีส โซไซตี้ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลอนุรักษ์อันทรงเกียรติ จากความพยายามในการพัฒนาฟาร์มอย่างยั่งยืน

ถึงแม้รางวัลที่ได้รับจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สร้างความพิเศษให้กับชีส แต่หากปราศจากทีมงานอันยอดเยี่ยม ที่เปรียบเสมือนครอบครัว ธุรกิจฟาร์มโคนมแห่งนี้ก็คงไม่มีความหมาย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน