
LSTประคองธุรกิจรอฟ้าเปิด-UPOICลดปันผล
LST เจอสองเด้ง ปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มผลิต-ลดต้นทุนรอฟื้น UPOIC เล็งลดปันผล ตุนเงินซื้อสวน
LST เจอสองเด้ง ปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มผลิต-ลดต้นทุนรอฟื้น UPOIC เล็งลดปันผล ตุนเงินซื้อสวน
น.ส.อัญชลี สืบจันทศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) หรือ LST และ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) เปิดเผยว่า ปีนี้ บริษัท ล่ำสูง คงทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มลดลงและยังล้นตลาด จึงต้องดูแลตัวเอง โดยการใช้งบลงทุน 400 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนการผลิต คาดจะเริ่มเดินเครื่องใหม่เดือน ต.ค. ถึงไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 40% ทั้งนี้ เงินลงทุนมาจากกู้เงิน 300 ล้านบาท
บริษัทโดนปัญหา 2 เด้ง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มลดลง ขณะที่อุปทานการผลิตมีอยู่มากจนล้นตลาด ถึงเดือน ส.ค. สต๊อกโดยรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 4.5 แสนตัน ซึ่งปกติไม่ควรเกิน2.5 แสนตัน และปีนี้ผู้ผลิตไม่มีใครส่งออกได้จากปีก่อนส่งออกไป 1.67 แสนตัน เพราะราคาต่างประเทศถูกกว่าในประเทศ
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) กำหนดราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 26.20 บาท ทำให้มีสต๊อกมาก รวมทั้งราคาน้ำมันปาล์มไทยกับมาเลเซียต่างกันมากถึง 8-9 บาท ตอนนี้เริ่มลดลงเกือบเท่าระดับปกติที่ 2-3 บาท ของไทยอยู่ที่ 20.30 บาท มาเลเซียอยู่ที่ 18 บาท
“ปีนี้บริษัทคงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากจะขยายตลาดไปยังประเทศอาเซียนมากขึ้น และเตรียมตัวเองให้พร้อมรอเติบโตในอนาคต ส่วนการซื้อกิจการอาหารภายในประเทศก็อยู่ระหว่างการเจรจา ถ้าจบเมื่อไหร่เราก็พร้อมที่จะลุยงานเต็มที่” น.ส.อัญชลี กล่าว
นอกจากนั้น บริษัทเพิ่งลดเป้าหมายปริมาณการขายน้ำมันปาล์มปีนี้เหลือเท่าปีก่อนที่ 1.8 แสนตัน จากเดิมคาดจะโตจากปีก่อน 5% หลังเศรษฐกิจไม่ดีการบริโภคปาล์มลดลง เห็นได้ชัดในเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนรายได้จะพยายามรักษาให้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 8,550 ล้านบาท
ด้าน UPOIC บริษัทอาจจะมีการจ่ายปันผลน้อยกว่าก่อน เพราะต้องการเก็บสภาพคล่องไว้ซื้อที่ดินปลูกปาล์มใหม่เป็นของตัวเอง เพราะราคาปาล์มที่ลดลงน่าจะมีคนขายสวนออกมา บริษัทมี 2 แปลงที่หมดอายุสัมปทานแล้ว และเพิ่งต่อสัมปทานได้ 1 แปลง แต่เพียง 50% ของพื้นที่เดิม







