
เนื้อโคออสเตรเลีย-อินเดียจ่อบุก ผู้เลี้ยงไทยวอนรัฐช่วย
จ.พัทลุง นั้นถือเป็นพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ แหล่งสำคัญของภาคใต้
โดย...อัสวิน ภักฆวรรณ
จ.พัทลุง นั้นถือเป็นพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ แหล่งสำคัญของภาคใต้ นอกจากมีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคเนื้อพัทลุง และกำลังจับมือกับวิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยี จ.พัทลุง สร้างโรงเชือดสัตว์ที่ทันสมัยงบประมาณกว่า 114 ล้านบาท แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาสนับสนุนการสร้างโรงเชือดนี้อย่างจริงจัง ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค เพราะมีกลุ่มทุนต่างชาติเตรียมนำเข้าเนื้อโคจากทั้งออสเตรเลียและอินเดีย
แหล่งข่าวจากส่วนศึกษาและส่งเสริมปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนในประเทศออสเตรเลียได้เข้ามาตั้งฟาร์มโคขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนามมีต้นทุนอาหารที่ต่ำกว่าไทย โดยเลี้ยงโคขุนประมาณ 2 แสนตัว เพื่อบุกตลาดอินโดจีน
ฤชัย วงศ์สุวัตย์ ประธานกรรมการสหกรณ์โคเนื้อพัทลุง บอกว่า โคออสเตรเลีย ต้นทุนในการผลิตจะต่ำกว่าของไทย นอกจากออสเตรเลียแล้วยังมีการเตรียมนำเข้าเนื้อโคจากอินเดียอีกประเทศหนึ่ง
"ราคาต้นทางของเนื้อวัวจากอินเดียอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท ราคาต่ำกว่าของไทย ดังนั้นไทยต้องปรับตัวโดยเปลี่ยนมาเป็นผู้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งภาครัฐจะต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่"
ฤชัย เสนอว่า รัฐต้องช่วยเหลือการจัดตั้งโรงเชือด ซึ่งรวมถึงห้องเย็นที่เก็บเนื้อ หากโรงเชือดประสบความสำเร็จสามารถที่จะยกระดับได้ทันท่วงที สามารถต่อสู้กับเนื้อโคต่างประเทศได้ ซึ่งขณะนี้คงมีเพียงภาคเอกชนบางรายที่กำลังดำเนินการ เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อโคศรีวิชัย รัฐควรที่จะสนับสนุนงบประมาณ เข้าทำการปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยทั่วๆ ไป ดำเนินการต่อไปให้ได้
นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรได้เสนอให้มีการพัฒนาอาหารสำหรับการเลี้ยงโคจากผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ อาทิ เยื่อปาล์ม กากปาล์ม ทะลายปาล์ม รวมทั้งสับปะรด เพื่อเพิ่มคุณภาพอาหาร รวมทั้งลดต้นทุนให้กับเกษตรกร
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและข้อตกลงทางการค้า หรือเอฟทีเอ ต่างๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นการลดภาษีนำเข้า คือสิ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคในประเทศไทยกังวล ในขณะที่แนวทางสำหรับพัฒนาผู้เลี้ยงเพื่อแข่งขันกับเนื้อโคจากต่างประเทศที่ราคาต่ำกว่านั้น ยังไม่มีสิ่งใดเป็นรูปธรรมพอให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจได้







