posttoday
‘ซีเลคทิซึม’ปลุกตลาด เสื้อสำหรับนักปั่น

‘ซีเลคทิซึม’ปลุกตลาด เสื้อสำหรับนักปั่น

14 กันยายน 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย คือ การขยายตัวของสังคมเมือง Urbanization ทั้งในพื้นที่ชานเมืองและต่างจังหวัดมากขึ้น สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. (OKMD) ระบุว่าการขยายตัวของชุมชนเมืองที่เพิ่มขึ้น มาพร้อมกับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่สูงขึ้น เป็นโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ รวมทั้งเสื้อสำหรับนักปั่นจักรยาน “ซีเลคทิซึม”

“ซีเลคทิซึม” (Selectism) มีผู้ก่อตั้งรวม 3 คน ได้แก่ “พรรธกา ตั้งชูทองชัย” “ณิชา ตุวยานนท์” และ “ชาญชัย จิตพัฒนไพบูลย์” ได้รวมแนวคิดมาอยู่ในเสื้อสำหรับนักปั่นจักรยานสไตล์ใหม่ โดยมุ่งแนวคิดเสื้อที่มีฟังก์ชั่น และมีความเป็นแฟชั่นนำเทรนด์ผสมอยู่ด้วยกัน

ทั้งนี้ ได้เลือกใช้ผ้าที่มีนวัตกรรม คือ ผ้าไมโครไฟเบอร์เส้นใยนาโน โดยมีความพิเศษ เนื้อบางเบา ระบายอากาศได้ดี และช่วยซับเหงื่อได้ดี ส่งผลให้ผู้ปั่นจักรยานไม่มีปัญหากลิ่นเหงื่อตามมา รวมทั้งมีฟังก์ชั่นของเสื้อให้สามารถใส่ของได้ด้วย และยังมีรีเฟล็กซ์แบบเรืองแสง โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจะเป็นนักปั่นในเมืองต่างๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก

ผลการทำตลาดมาประมาณ 2 ปี ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ สร้างยอดขายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และมีการส่งออกสินค้าไปในประเทศสิงคโปร์แล้ว รวมทั้งมีลูกค้าจากยุโรปที่สนใจติดต่อแบรนด์ไปวางจำหน่าย รวมถึงยังมีช่องทางทำตลาดทางออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ก www.facebook.com/selectism.urbancyclingwear ที่ทำให้ลูกค้ารู้จักและเลือกสั่งซื้อสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

“พรรธกา ตั้งชูทองชัย” เปิดเผยว่า กระแสการปั่นจักรยานในประเทศไทยมีมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้ปั่นจักรยานที่มีเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับร้านจำหน่ายจักรยานในประเทศไทยที่สูงขึ้นเช่นกัน แต่แบรนด์เสื้อผ้าจักรยานยังมีน้อยอยู่ รวมถึง แบรนด์ซีเลคทิซึม ก็เป็นแบรนด์แรกๆ ในประเทศไทยที่นำเสนอเสื้อนวัตกรรมที่มีฟังก์ชั่นผสมกับแฟชั่น ไอเดียออกแบบใหม่ และเจาะกลุ่มลูกค้าในสังคมเมือง

“จากความชอบและเป็นนักปั่นจักรยาน มักเกิดปัญหาเสื้อที่สวมใส่เมื่อปั่นจักรยานไม่ได้เป็นเสื้อตามแบบที่ต้องการ ทำให้เกิดเป็นแนวคิด ออกแบบและทำเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ ซีเลคทิซึม ที่มีผสมทั้งไอเดียและ
ฟังก์ชั่น สำหรับคนที่ต้องการปั่นจักรยานอย่างแท้จริง” พรรธกา กล่าว

สำหรับแผนการตลาดของแบรนด์ จะเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ปีละ 4 แบบหลัก และในช่วงปลายปีนี้ จะเปิดตัวหมวกสำหรับนักปั่นจักรยาน และช่วยในการซับเหงื่อได้ พร้อมกับเสื้อสำหรับนักปั่นจักรยานที่เพิ่มคุณสมบัติพิเศษและใหม่ๆ มากขึ้น จะเห็นภายในปีนี้เช่นกัน

พร้อมกับการขยายเสื้อผ้าไปสู่เสื้อที่สามารถปรับใส่สำหรับเล่นกีฬากลางแจ้ง ทั้งวิ่ง และมวย หรือเล่นกีฬาได้ทุกชนิด เป็นต้น จากคุณสมบัติของเสื้อที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว พร้อมใส่ฟังก์ชั่นในเสื้อ อีกทั้งจะมุ่งนำเสนอเทรนด์แฟชั่นสำหรับนักปั่นจักรยาน และเทรนด์แฟชั่นสำหรับกลุ่มคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เพราะเสื้อออกแบบมาสำหรับสวมใส่ได้ในทุกวัน

“ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้ที่ชะลอตัวลง ไม่มีผลกระทบกับยอดขายสินค้า เพราะลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และลูกค้าส่วนใหญ่จะมีอายุ 25 ปีขึ้นไป อีกทั้งในช่วงแรกก็จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์ และคุณสมบัติของสินค้า แต่ต้องใช้การพูดคุยเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจในเอกลักษณ์ของสินค้า” พรรธกา กล่าวต่อ

สำหรับการผลิตเสื้อปั่นจักรยานจะใช้โรงงานในประเทศเป็นผู้ผลิต แบบการว่าจ้างให้ผลิต (โออีเอ็ม) และนำเข้าผ้าจากต่างประเทศมาผลิตเป็นเสื้อตามที่ได้ออกแบบ โดยบริษัทจะไม่เน้นแข่งขันด้านราคาเพราะเป็นสินค้าที่มุ่งแข่งขันด้านคุณภาพ โดยราคาเสื้อของแบรนด์ ซีเลคทิซึม จะอยู่ที่ 1,800 บาท

ขณะเดียวกัน หลังจากได้เปิดตัวแบรนด์เข้ามาสู่ตลาด ก็เริ่มมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น แต่แบรนด์ก็เน้นจุดแข็งของเสื้อผ้าและการออกแบบ รวมถึงความเป็นแฟชั่นของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเชื่อมั่นว่าการที่แบรนด์มีเอกลักษณ์ มุ่งนำเสนอสิ่งที่ดีแก่ลูกค้า ส่งผลให้แบรนด์จะแข่งขันได้ดีต่อเนื่องและเติบโตอย่างมั่นคง

ระยะยาวได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดสาขาต้นแบบทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ พร้อมกับมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเสื้อปั่นจักรยานมากขึ้น คาดว่าจะเปิดสาขาได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า

“พรรธกา” กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างแบรนด์ใหม่สู่ประเทศไทย เราสามคนยึดมั่นกับการดีไซน์ คุณภาพ และการออกแบบ พร้อมกับ คำว่า “คุณภาพ” คือความยั่งยืนของแบรนด์ และเป็นสิ่งที่ลูกค้าทุกคนต้องการ

แนวคิดของแบรนด์

-เสื้อที่มีฟังก์ชั่นและแฟชั่น

-ออกแบบตามความต้องการลูกค้า

-ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร