
ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร อี20 ยังน่าสนใจกว่า อี85
....พิสันต์ สิทธิวัฒนกุล
หลังจากการประกาศลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 ที่ผลิตในประเทศไทยลง 3% นอกเหนือจากความเห็นต่างๆ ที่ประดังมาจากค่ายผู้ผลิตรถยนต์แล้ว หลายคนมีคำถามว่าผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเองมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของความพร้อมและขีดความสามารถในการแข่งขันของเชื้อเพลิง อี85
ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการผู้อำนวยการอาวุโส สายการตลาดอุตสาหกรรมและน้ำมันหล่อลื่น บริษัท บางจากปิโตรเลียม หนึ่งในค่ายน้ำมันที่มีสถานีบริการน้ำมัน อี85 อยู่ 3 แห่ง และมีแผนงานที่จะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งในปีนี้ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของ อี85 ว่า ประเมินแล้วน่าจะยังคงเป็นเพียงพลังงานทางเลือกต่อไป เนื่องจากเป็นพลังงานที่มีข้อจำกัดหลายด้านในการผลักดัน
ยอดพจน์ บอกว่า หากกลับไปดูที่เรื่องของโครงสร้างราคาจำหน่ายแล้ว จะพบว่าการที่ราคาจำหน่าย อี85 ถูกกว่าน้ำมันประเภทอื่นๆ มากนั้น เป็นการถูกโดยเงื่อนไขของการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนอยู่ ทำให้ไม่ได้สะท้อนภาพแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะเมื่อมองทางด้านการแข่งขันเชิงพาณิชย์ ถือว่าไม่ได้เติบโตโดยกลไกตลาดอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปริมาณการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิง อี85 เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่บางจากฯ เคยจำหน่ายอยู่ 5,0006,000 ลิตรต่อเดือน ก็เพิ่มมาจนเป็น 1.5 หมื่นลิตรต่อเดือนแล้ว ซึ่งบางจากฯ ก็มีแผนที่จะเปิดสถานีบริการอีก 2 แห่งที่บางนาตราดขาออก และ จ.เชียงใหม่ ภายในปีนี้ จากที่เปิดสาขาสุขาภิบาล 3 เป็นสาขาล่าสุดในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
“
สาเหตุที่ทำให้ยอดขายน้ำมัน อี85 เพิ่มขึ้นนั้น มาจาก 3 เหตุผลหลักๆ หนึ่งจำนวนรถยนต์ที่ใช้ได้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ที่จำหน่ายในตลาดระดับกลาง ทำให้ลูกค้าเข้ามาเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น สอง ผู้บริโภคมองว่ารถเอฟเอฟวีสามารถเลือกใช้พลังงานได้หลากหลาย ตั้งแต่เบนซินไปถึง อี85 ซึ่งราคา อี85 เองถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 10 บาท และสุดท้าย มองว่าหลังจากลดภาษีสรรพสามิตไปแล้ว ราคารถกลุ่มนี้จะถูกลงไปอีก ทำให้ผู้บริโภคหันมาเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น”ยอดพจน์ บอกว่า บางจากฯ ยังคงให้การสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิง อี85 อย่างเต็มที่ เนื่องจากมองว่าเป็นการผลักดันให้มีการใช้พลังงานทดแทนอย่างเอทานอลเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังมองว่า อี85 เกิดยากเมื่อเทียบกับพลังงานทดแทนอื่นๆ เนื่องจากมีเงื่อนไขในการผลักดันมากกว่า ยิ่งเมื่อเทียบกับ อี20 แล้ว โดยส่วนตัวมองว่า อี20 สามารถนำมาปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ได้มากกว่า
ทั้งนี้ มองว่า อี20 ก็เป็นตัวเชื่อมโยงให้เกษตรกรได้ปลูกพืชวัตถุดิบได้มากกว่า และน่าจะมีปริมาณการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่า อี85 เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้งาน อี20 ได้ในปัจจุบันมีมากกว่า 6 แสนคัน หลังการเปิดโครงการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เติบโตสูงสุดของตลาดก็ใช้งาน อี20 ได้ทั้งสิ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดน่าจะผลักดันไปได้มากกว่า
ยอดพจน์ บอกอีกว่า สิ่งที่ต้องดูก็คือวัตถุประสงค์ของโครงการที่แท้จริง หากรัฐบาลต้องการผลักดันการใช้พลังงานทดแทน ก็สามารถเดินหน้า อี20 อย่างเต็มที่ ยกเลิกการจำหน่ายเบนซิน 91 หรือใช้กลไกราคาที่ทำให้เบนซิน 91 ปรับตัวสูงขึ้นไปเหมือนกับเบนซิน 95 ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้ หากลูกค้าทนแบกรับราคาที่ต่างกันไม่ไหว เปลี่ยนรถยนต์หรือเปลี่ยนมาใช้น้ำมันใหม่ก็จะเป็นกลไกของตลาดไป
“
ตอนนี้เรามีน้ำมัน อี20 และมีรถยนต์จำนวนมากที่ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องปรับแต่ง ทำให้ผมมองว่า อี20 น่าสนใจกว่า อี85 เพราะเป็นเรื่องที่เราจัดการได้เลยในปัจจุบัน ไม่ต้องการตัวช่วยอะไรมาก รวมถึงทุกค่ายก็มีรถยนต์แบบนี้ทำตลาดอยู่แล้ว ส่วน อี85 หากต้องการผลักดันก็ควรทำในฐานะของพลังงานทางเลือก เนื่องจากต้องใช้เวลาและเงื่อนไขในการผลักดันอีกหลายจุด”ยอดพจน์ บอกว่า บางจากฯ ยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการ อี20 จากที่มี 220 แห่งในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 300 แห่งในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่ต้องการสนับสนุนให้ อี20 เป็นพลังงานหลัก ขณะที่ อี85 ที่ขยายช้ากว่านั้น ก็เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้รถเท่านั้น
ตัดเรื่องการสนับสนุนของภาครัฐด้านภาษีออกไป หันมามองเรื่องความเหมาะสมของสถานการณ์ด้านพลังงาน มองยังไง อี20 ก็มีอนาคตไปโลดกว่า อี85 อยู่ดี ณ เวลานี้!!!







