
เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ โลจิสติกส์ครบวงจรพิเศษ
บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีอินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ผู้นำธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร เตรียมขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าซื้อขายภายในเดือน ก.ย.นี้ ทั้งนี้ บริษัทมีความแตกต่างจากบริษัทในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ คือ เป็นโลจิสติกส์ที่ครบวงจร และมีความชำนาญพิเศษในการบริหารจัดการสินค้า
บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีอินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ผู้นำธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร เตรียมขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าซื้อขายภายในเดือน ก.ย.นี้ ทั้งนี้ บริษัทมีความแตกต่างจากบริษัทในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ คือ เป็นโลจิสติกส์ที่ครบวงจร และมีความชำนาญพิเศษในการบริหารจัดการสินค้า
ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 35 ปี มีจุดเด่นคือ เป็นผู้ให้บริการ In-Land โลจิสติกส์ที่ครบวงจรสามารถนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรับฝากและบริหารสินค้าทำให้สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีความชำนาญพิเศษในการบริหารจัดการสินค้าเฉพาะเจาะจง เช่น สินค้าอันตราย รถยนต์ และสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ความรู้เฉพาะด้าน
ธุรกิจของบริษัทแตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) และบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าเพื่อให้เช่าเพียงอย่างเดียว และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการสินค้ามากนัก
สำหรับคู่แข่งที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายกับ JWD มากที่สุด คือ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) และบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทนอกตลาด
ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการในเขตพื้นที่ทั่วไปและเขตปลอดอากรรวม 775,743 ตารางเมตร (ตร.ม.) จากปี 2557 ที่มีพื้นที่ให้บริการ 1.9 แสน ตร.ม. และตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 1 ล้าน ตร.ม. ในปี 2559-2560
ประกอบด้วยคลังสินค้า 40 หลัง พื้นที่รวม 206,488 ตร.ม. และลานรับฝากสินค้า 569,255 ตร.ม. พื้นที่ดังกล่าวรวมพื้นที่ให้บริการสินค้าอันตราย 1.84 แสน ตร.ม. ที่ได้รับสัมปทานรายเดียวที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้สินค้าอันตรายทั้งหมดที่เข้าออกท่าเรือต้องผ่านคลังสินค้าอันตรายของบริษัท
“ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจผันผวน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตมาตลอด เพราะมีการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ” ชวนินทร์ กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 2 ปีที่ผ่านมา กำไรของบริษัทไม่สม่ำเสมอ โดยปี 2556 มีกำไรสุทธิ 376 ล้านบาท จากรายได้ 2,115 ล้านบาท ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท รายได้ 2,284 ล้านบาท และครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 147 ล้านบาท จากรายได้ 1,172.58 ล้านบาท
ชวนินทร์ ชี้แจงว่า กำไรปี 2557 ลดลงจากปี 2556 เนื่องมาจากบริษัทมีรายได้เพิ่มมากในปี 2556 จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านรถคันแรก และปี 2557 มีรายการพิเศษตั้งค่าหนี้สูญลูกค้า 260 กว่าล้านบาท เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าที่ประกันให้ลูกค้า หากคดีฟ้องร้องจบในชั้นศาลกำไรนี้จะกลับมาเป็นกำไรของบริษัท 57 ล้านบาท และมีการลงทุน 85 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้า กม.19
ทั้งนี้ JWD ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ไม่น้อยกว่า 17.4% ต่อปี เช่นเดียวกับ 3 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องมาจากเป็นฤดูกาลผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัท โดยคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิ 10%
“ประมาณการเติบโตนี้ได้รวมภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยบริษัทขยายกิจการเพื่อชดเชยเศรษฐกิจที่ซบ แต่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาถือว่าเป็นผลบวกที่เพิ่มเข้าไปมากกว่าที่ประมาณการไว้” ชวนินทร์ กล่าว
3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้หลัก 73-81% มาจากธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้า โดยสินค้าที่รับฝากและบริหารมีทั้งสินค้าทั่วไป สินค้าอันตราย รถยนต์ และสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง
ชวนินทร์ กล่าวว่า บริษัทได้ยื่นแบบขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นไอพีโอ 120 ล้านหุ้น หรือ 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ส่งผลให้ภายหลังเสนอขายหุ้นครั้งนี้บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท
สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นบริษัทจะนำไปขยายธุรกิจ จ่ายหนี้เงินกู้และเป็นทุนหมุนเวียน โดยบริษัทมีแผนจะสร้างคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งในกัมพูชา เมียนมา และลาว พื้นที่ 6,490 ตร.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาสแรกปี 2559 และคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งที่มหาชัย 4,000 ตร.ม. แล้วเสร็จไตรมาส 3 ปีนี้ โครงการศูนย์กระจายสินค้าอันตราย 9,000 ตร.ม. โครงการศูนย์รวมในการเก็บและกระจายสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง 9,000 ตร.ม. แล้วเสร็จไตรมาสแรกปี 2559 โครงการซื้อเครนขาสูง และโครงการซื้อรถบรรทุก
นักวิเคราะห์ในตลาดให้ราคาที่เหมาะสมในปีนี้-ปีหน้าที่ 13.60-14.20 บาท โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งวิเคราะห์ว่า ราคาที่ 13.60 บาทนั้น คิดจากสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2558 ที่ 22.5 เท่าปี 2559 ที่ 16.6 เท่า ซึ่งยังถูกกว่ากลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ที่อยู่ที่ 34 เท่า
ด้านราคาที่เหมาะสมในช่วง 12 ปีข้างหน้าคือ 14.20 บาทนั้น อ้างอิงวิธีคิดจากส่วนลดกระแสเงินสด
บริษัทมีแผนจะรุกขยายธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจรไปสู่กลุ่มต่างๆ ในอาเซียน เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจรไปสู่กลุ่มต่างๆ ในอาเซียน เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2559
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างคลังสินค้าทั่วไป และคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นแช่แข็งเช่นเนื้อสัตว์แปรรูปแช่แข็ง เนยแข็ง ไอศกรีม ในเมียนมา ลาว และกัมพูชา เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกด้านอาหารในกลุ่มประเทศดังกล่าว โดยมีพื้นที่คลังสินค้ารวมทั้งสิ้น 6,490 ตร.ม.
ขณะเดียวกัน ด้วยนโยบายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน จึงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไทย
“รัฐมีนโยบายส่งเสริมดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคในอาเซียน จึงเป็นโอกาสที่ดีของเราที่เป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินครบวงจร สามารถนำศักยภาพด้านคลังสินค้าที่พร้อมให้บริการ ตลอดจนเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในการเข้าให้บริการแก่ลูกค้ารองรับการขยายตัวของโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนได้เป็นอย่างดี” ชวนินทร์ กล่าว







