
เตรียมรับมือกับความผันผวน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับเพิ่มขึ้นมาทำจุดสูงสุดได้ถึง 1,403 จุด ตามแรงซื้อในกลุ่ม Domestic หรือ กลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ประกอบไปด้วย 2 มาตรการใหญ่ คือ มาตรการด้านการเงินและมาตรการด้านภาษี
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับเพิ่มขึ้นมาทำจุดสูงสุดได้ถึง 1,403 จุด ตามแรงซื้อในกลุ่ม Domestic หรือ กลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ประกอบไปด้วย 2 มาตรการใหญ่ คือ มาตรการด้านการเงินและมาตรการ
ด้านภาษี
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ถัดไป ฝ่ายวิจัยประเมินว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาลน่าจะเน้นไปที่การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมทางเลือกอื่นๆ (เช่น อุตสาหกรรมจัดการขยะ) ภาคอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ คาดว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากภาคเอกชน และช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ เป็นประโยชน์ต่อหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic)
ขณะที่วันที่ 10 ก.ย. 2558 นักลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 824 ล้านบาท ถือเป็นการซื้อครั้งแรกในรอบ 7 วัน หลังขายต่อเนื่อง 6 วันก่อนหน้ากว่า 8,440 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีนัยสำคัญมากนัก หากดูจากพฤติกรรมตั้งแต่ต้นปี 2558 มีหลายครั้งที่ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิครั้งแรกในรอบ 5-7 วัน แต่จะเป็นการซื้อเพียงไม่กี่วัน สุดท้ายจะกลับไปขายหนักทุกครั้ง โดยสัญญาณที่ต้องจับตา คือ การ Short ใน SET50 Futures ทำให้ยอด Short สะสมในรอบ 1 สัปดาห์ (5 วันย้ อนหลัง) ยังคงค่อนข้างสูง
จากการประเมินทางสถิติ เมื่อใดที่นักลงทุนต่างประเทศเปิด Short เกิน 1 หมื่นสัญญา นักลงทุนต่างประเทศมีโอกาสที่จะขายสุทธิในตราสารทุนในวันถัดไปราว 70% เฉลี่ยขายสุทธิราว 1,300 ล้านบาท และจะทำให้ SET Index มีความน่าจะเป็นในการปรับลดลง 64% เฉลี่ย 0.32% และถ้ายอด Short สะสมในรอบ 5 วันก่อนหน้าเกิน 2 หมื่นสัญญา นักลงทุนต่างประเทศจะมีโอกาสสูงมากขึ้นที่จะขายในตราสารทุนวันที่ 6-7 ด้วยความน่าจะเป็นเกิน 70% พร้อมกับกดดัน SET Index ให้ปรับลดลงใน 2 วัน เฉลี่ย 0.54%
มองสัปดาห์นี้ SET Index มีโอกาสที่จะแกว่งผันผวนตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 รออยู่ โดยฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ด้วยน้ำหนักความเชื่อมั่นประมาณ 75% หากเฟดปรับดอกเบี้ยขึ้นจริง จะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นอย่างสูง โดย SET Index มีโอกาสที่จะปรับลงมาทดสอบระดับ 1,340 จุด แต่ถ้าเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย จะถือเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกและ SET Index ในระยะสั้น โดยดัชนีน่าจะพลิกกลับไปเกิน 1,400 จุดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย เชื่อว่าจะตามมาด้วย Statement ของเฟดที่ค่อนข้างผ่านคลาย ด้วยการสื่อสารว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือขึ้นแบบทิ้งระยะ ซึ่งหมายถึงว่าปีนี้ไม่น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้ว และจะไปขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีหน้า ทำให้การอ่อนตัวลงมาของตลาดเป็นโอกาสในการรอทยอยสะสม
อนึ่ง ปัจจุบัน Valuation ของ SET Index ที่ยังค่อนข้างตึงตัว Current PER อยู่ที่ระดับ 16 เท่า และ Expected PER ปี 2558 ที่ 15 เท่า จะเป็นตัวที่ทำให้ Upside ของดัชนีมีจำกัด ขณะที่ความผันผวนของตลาดต่างประเทศยังคงมีอยู่ การลงทุนจึงควรต้องเพิ่มความระมัดระวังไว้เป็นอย่างสูง







