
ดัชนีครัวเรือนล่วงหน้าเริ่มโงหัว
ดัชนีครัวเรือนล่วงหน้าฟื้นตัวครั้งแรกปีนี้ สะท้อนผู้บริโภคเริ่มมีหวังต่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดัชนีครัวเรือนล่วงหน้าฟื้นตัวครั้งแรกปีนี้ สะท้อนผู้บริโภคเริ่มมีหวังต่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) เดือน ส.ค. 2558 พบว่า ดัชนีการคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า เริ่มขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ มาที่ระดับ 46 จาก 45 ในเดือนก่อน ซึ่งแม้ว่าดัชนีจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ 50 แต่ทิศทางที่เพิ่มขึ้นก็อาจเป็นสัญญาณว่า ครัวเรือนบางส่วนน่าจะเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในอนาคตลงบ้าง
ทั้งนี้ มุมมองในอนาคตที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งอาจได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การเร่งบรรเทาปัญหาด้านกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อย ไปจนถึงการออกมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน ที่ทยอยออกมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ทำให้ภาคครัวเรือนเริ่มมีมุมมองในเชิงลบลดลง
“หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ในช่วง 2-3 เดือนหลังจากนี้ ทยอยได้รับอานิสงส์มากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งลงทุนของภาครัฐที่ดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ก็อาจช่วยส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมในระดับครัวเรือนทยอยปรับตัวกลับมาอยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนมากขึ้น” ศูนย์วิจัยฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีเศรษฐกิจครัวเรือนล่าสุดของเดือน ส.ค. ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ 43.5 หรือเท่ากับเดือนก่อนหน้าซึ่งสะท้อนปัจจัยลบที่ยังกดดันครัวเรือนในหลายด้าน โดยที่มีปัจจัยหนุนเพียงแค่ด้านเดียว จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและก๊าซแอลพีจี ที่ช่วยบรรเทาความกังวลต่อราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายบางส่วนเท่านั้น
รายงานระบุว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพในด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาระหนี้สิน เงินออม และสถานการณ์รายได้ ซึ่งยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ๆ เข้ามาในเดือน ส.ค. มากนัก โดยดัชนีมุมมองต่อภาระหนี้และเงินออมได้ลดลงต่อเนื่องมาที่ระดับ 45.2 และ 46 ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีมุมมองต่อสถานการณ์รายได้ก็ลดลงมาอยู่ที่ 45 จาก 45.4 ในเดือน ก.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีองค์ประกอบทั้งในด้านการมีงานทำและค่าตอบแทนจากการทำงาน ยังคงลดต่ำลงตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า อัตราการว่างงานของไทยในเดือน ส.ค. ยังทรงตัวอยู่ที่ 1% เท่ากับเดือนก่อนหน้า โดยมีจำนวน 3.77 แสนคน จาก 3.85 แสนคน ในเดือน ก.ค.







