posttoday
จับตาทองทรุดพันดอลล์

จับตาทองทรุดพันดอลล์

10 กันยายน 2558

“กมลธัญ” ประเมินเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ทองทำจุดต่ำสุดใหม่โอกาสซื้อสะสม

“กมลธัญ” ประเมินเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ทองทำจุดต่ำสุดใหม่โอกาสซื้อสะสม

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีค่าความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน ก.ย.นี้ มาอยู่ที่ระดับ 49.01 จุด เพิ่มขึ้น 5.14 จุด แต่ถือว่ายังอยู่ระดับต่ำกว่าระดับ 50 จุด เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สะท้อนทัศนคติเชิงลบต่อราคาทองคำ

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อทิศทางราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังคงเป็นประเด็นเรื่องการปรับเพิ่มขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กรณีเฟดขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ จะส่งผลให้ทองคำลดลงต่ำกว่าระดับ 1,000-1,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือทำสถิติต่ำสุดใหม่ จากจุดต่ำสุดเดิมอยู่ที่ระดับ 1,077 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่หากเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปเป็นปีหน้า มีโอกาสเห็นราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

“ผมเชื่อว่าเฟดคงจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือน ต.ค- ธ.ค.นี้ เดือน ก.ย. อาจเร็วเกินไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนในเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศสำคัญอย่างเช่นประเทศจีน จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้หรือไม่” นายกมลธัญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในประเทศจะไม่ลดลงแรง เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ในกรอบ 35-37 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าเพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมอยู่ในช่วง 33-34 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากประเด็นการเมือง ล้มร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เลื่อนการเลือกตั้งล่าช้าออกไป ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของค่าเงินจะทำให้ราคาทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาท หรือมีโอกาสเห็นราคาอยู่ในช่วง 17,800-18,000 บาท ซึ่งในช่วงราคาทองคำปรับตัวลดลงเป็นโอกาสซื้อสะสม

นอกจากนี้ หลังจากผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนทองคำมากขึ้น ประกอบกับราคาทองอยู่ในช่วงระดับต่ำน่าจะช่วยสนับสนุนให้การซื้อทองในประเทศเพิ่มขึ้นได้ และมองว่าการซื้อทองรูปพรรณน่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนราคาทองคำในประเทศให้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนจับตาการประชุมของเฟดวันที่ 16-17 ก.ย. ซึ่งมีโอกาสทั้งสองข้างคือการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้และคงดอกเบี้ยไว้เช่นเดิมด้วยเหตุผลต่างๆ นานา

ทั้งนี้ หากที่ประชุมมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทางวายแอลจีฯ คาดจะส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงหลุดระดับ 1,070-1,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่หากเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสไปทดสอบระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขในตลาดแรงงานและตัวเลขดัชนีต่างๆ อย่างใกล้ชิด ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศนั้นยังต้องติดตามค่าเงินบาทที่ยังคงแนวโน้มการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนอาจต้องเก็งกำไรในกรอบไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ และหากราคาปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้าน 1,180-1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือ 20,100-20,500 บาท/บาททองคำ ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นตามมา ขณะที่ หากราคาทองคำอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,100-1,080 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือ 18,800-18,400 บาท/บาททองคำ อาจเข้าซื้อและอาจต้องชะลอออกไปหากราคาหลุด 1,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือ 18,000 บาท

ด้านสินค้าโภคภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้ายังคงลดลงต่อเนื่อง ณ เวลา 18.25 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือน ต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX ลดลง 46 เซนต์ หรือ 0.98% สู่ระดับ 45.48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด และภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว หลังเปิดเผยข้อมูลการค้าต่างประเทศในเดือน ส.ค. ลดลง 9.7% สู่ระดับ 2.04 ล้านล้านหยวน (ราว 3.208 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ย่ำแย่ลง หลังจากที่หดตัว 8.8% ในเดือน ก.ค.

ขณะที่การส่งออกในเดือน ส.ค. ลดลง 6.1% แตะ 1.2 ล้านล้านหยวน หลังจากร่วงลง 8.9% ในเดือน ก.ค. ขณะที่การนำเข้าในเดือน ส.ค. ดิ่งลง 14.3% มาอยู่ที่ 8.361 แสนล้านหยวน หลังจาก
ลดลง 8.6% ในเดือน ก.ค.

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน