posttoday
บูมสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง เกาะกระแสเที่ยวรักษ์โลก

บูมสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง เกาะกระแสเที่ยวรักษ์โลก

09 กันยายน 2558

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ไทยกับ สปป.ลาว เป็นชาติที่มีความใกล้เคียงกันในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม การใช้ภาษาท้องถิ่นของคนไทยแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความเหมือนดังกล่าวสามารถนำมาร้อยเรียงเส้นทางการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง ในโอกาสเปิดประตูบ้านต้อนรับการก้าวสู่เสรีอาเซียน

นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เล่าถึงแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือพัฒนาการท่องเที่ยวสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ว่า อพท.ร่วมมือกับ จ.เลย เตรียมความพร้อมของสถานที่ท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานการเดินทางในพื้นที่ พร้อมร่วมมือกับแขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ แขวงไซยะบุรี และนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่ และรวบรวมหลักเกณฑ์กฎระเบียบร่วมกันของทั้งสองประเทศ เพื่อปรับให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกการเดินทางยิ่งขึ้น

สำหรับเส้นทางสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู และหนองคาย โดยใช้ จ.เลย เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การเดินทางเชื่อมโยงไปยังแขวงอื่นๆ ใน สปป.ลาว โดยเฉพาะหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่มีความน่าสนใจและความสดใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ

“ล่าสุด อพท.ได้พบหารือกับเจ้าแขวงหลวงพระบาง เพื่อวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน และคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงกันได้ในเดือน ธ.ค.นี้” นาฬิกอติภัค กล่าว

ทั้งนี้ หากไทยและ สปป.ลาว  ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันอย่างจริงจัง จะสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกา เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้น

วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย กล่าวว่า จ.เลย เตรียมเสนอแผนให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาให้ยกระดับสนามบินเลยเป็นสนามบินศุลกากรนานาชาติ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งหากได้รับการอนุมัติในช่วงแรกจะรับเที่ยวบินคาร์โก้ และชาร์เตอร์ไฟลต์ระหว่างประเทศได้

ปัจจุบันสนามบินเลยมีความยาวรันเวย์ 2,100 เมตร มีความพร้อมในการรองรับเครื่องบินโบอิ้ง 737 เครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศ (คาร์โก้) รวมถึงมีสายการบินเอกชนสนใจเปิดเส้นทางเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เลย-หลวงพระบาง หลายสายการบิน เช่น กาน แอร์ไลน์ อาร์ แอร์ไลน์ เป็นต้น ซึ่ง จ.เลย จะเสนอเรื่องการยกระดับสนามบินอีกครั้งในเดือน ต.ค.นี้ หากเปิดเป็นสนามบินศุลกากรได้ เชื่อว่าจะพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเลยเติบโตได้กว่าเท่าตัว

ด้านแผนพัฒนาเส้นทางบก เตรียมเสนอให้ปลดล็อกระเบียบข้ามแดนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2540 โดยปรับปรุง 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.การยืดระยะวันเข้าออก จากเดิม 2 คืน 3 วัน เป็น 6 คืน 7 วัน หรือ 4 คืน 5 วัน เพราะปัจจุบันเส้นทางท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น

และ 2.การขยายพื้นที่พักอาศัยให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น หรืออาจไม่จำกัดพื้นที่ แต่ใช้จำนวนวันพักอาศัยเป็นตัวควบคุมแทน โดยใช้บัตรผ่านแดนในการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาหลายฝ่ายไม่ต้องการให้ขยายพื้นที่อนุญาต เนื่องจากวิตกเรื่องความมั่นคง ขณะที่การเดินทางทางน้ำอยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางไซยะบุรีให้มีการใช้แพขนานยนต์

“การเปิดเสรีอาเซียนในครั้งนี้ ควรเร่งแก้ไขเรื่องกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดนให้มากขึ้น  การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งให้พร้อม จะเป็นจุดขายที่ดีให้การท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา จ.เลย นักท่องเที่ยวกว่า 98% เป็นคนไทย อีก 2% เป็นชาวต่างชาติ การเปิดอาเซียนจะช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวอาเซียน เอเชีย และยุโรปได้” วิโรจน์ กล่าว

ประเสริฐ กมลวัทนนิศา ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย อพท. ให้ข้อมูลว่า ปีนี้คาดว่า จ.เลย จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.9 ล้านคน และหากจังหวัดมีจุดขายเพิ่มขึ้น เช่น กระเช้าขึ้นภูกระดึงจะทำให้การท่องเที่ยวเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากก่อนหน้านี้ขยายตัวเฉลี่ย 6% ต่อปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน