
ลุ้นธ.ค.ญี่ปุ่นร่วมเอสพีวีทวาย
คาดญี่ปุ่นลงนามสัญญาเอสพีวีทวาย เดือน ธ.ค.นี้ ดึง “สมคิด” นั่งประธานร่วมเมียนมา
คาดญี่ปุ่นลงนามสัญญาเอสพีวีทวาย เดือน ธ.ค.นี้ ดึง “สมคิด” นั่งประธานร่วมเมียนมา
นายเนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือ สพพ. เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนง (เอ็มโอไอ) ในการเข้ามาร่วมถือหุ้นในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) เพื่อบริหารโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายไปแล้ว คาดว่าญี่ปุ่นจะลงนามในสัญญาเอสพีวีภายในเดือนธ.ค. เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโครงการฯ ทวายอย่างเต็มตัว โดยอาจลงนามระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-เมียนมา เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (เจเอชซี)ที่กำหนดในเดือน ธ.ค.นี้
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.เตรียมรวบรวมความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวายของประเทศเมียนมา ให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณา โดยเชิญให้มาเป็นประธานคณะกรรมการเจเอชซี แทน ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเทวกุล อดีตรองนายกฯ เพื่อเดินหน้าโครงการความร่วมมือต่อไป และเตรียมตัวเข้าร่วมการประชุมเจเอชซี ในเดือน ธ.ค.นี้
นายเนวิน กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ว่า เมื่อเดือน ส.ค.เจเอชซีได้เห็นชอบแผนแม่บทพัฒนาโครงการฯ ทวายระยะสมบูรณ์ มูลค่าการลงทุนกว่า 8,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.16 แสนล้านบาท ตามที่เอสพีวีได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
สำหรับแผนการพัฒนาโครงการฯ ทวายระยะสมบูรณ์ เป็นแผนลงทุนระยะ 30 ปีข้างหน้า ครอบคลุมพื้นที่ 197 ตร.กม. หลังจากคณะกรรมการเจเอชซี รวมทั้งตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาร่วมพิจารณาแผนแม่บทเห็นชอบแล้ว จะสามารถเริ่มดำเนินการคู่ขนานกับแผนพัฒนาโครงการฯ ทวายในระยะแรกได้ทันที ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งอุตสาหกรรมพลังงาน โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงงานเหล็กต้นน้ำ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โครงการก่อสร้างโรงแรม ศูนย์การค้า และศูนย์บริการธุรกิจ
นอกจากนั้น ยังศึกษาการก่อสร้างถนนขนาด 4 ช่องทางจราจร ในรูปแบบถนนไฮเวย์เพื่อให้การขนส่งสินค้าและการเดินทางเข้าสู่โครงการได้มากขึ้น ทั้งนี้โครงการต่างๆ จะมีการหารือในรายละเอียดระหว่างประเทศผู้ถือหุ้นในเอสพีวีก่อนจะมีการลงทุนโครงการต่างๆ ในพื้นที่จริง
นายสรจักร กิจทองพิศิษฐผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์หรือไอทีดี กล่าวว่า โครงการฯ ทวายในระยะแรกที่บริษัทได้รับสัมปทานพัฒนาพื้นที่ 27 ตร.กม. หรือประมาณ 1.6 หมื่นไร่ ขณะนี้บริษัทเตรียมความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่เพื่อขายให้กับบริษัทเอกชน โดยแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยแปลงละ 3,000 ไร่
“พื้นที่ 3,000 ไร่แรกที่เปิดขาย ได้เปิดให้จองพื้นที่แล้ว และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งจากไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย ล่าสุดอยู่ระหว่างขั้นตอนทางเอกสารเพื่อติดต่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากรัฐบาลเมียนมา คาดว่าจะเริ่มเห็นการก่อสร้างโรงงานตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป” นายสรจักร กล่าว
ทั้งนี้ สาธารณูปโภคภายในโครงการฯ ทวาย ประกอบด้วยถนนเข้าสู่โครงการท่าเรือขนาดเล็ก โรงไฟฟ้าใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ท่าเทียบเรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว อ่างเก็บน้ำ ระบบโทรคมนาคม และที่พักสำหรับคนงาน คาดว่าสาธารณูปโภคจะพร้อมสำหรับการเดินเครื่องจักรผลิตของโรงงานภายใน 2 ปี และคาดว่าจะขายพื้นที่ให้นักลงทุนหมดภายในปี 2567







