
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ช.ชดา
โดย...ช.ชดา
...แวดวงการเงินเตรียมจับตาการทำงานของ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หนึ่งในเด็กสร้างของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ว่า หลังจากเข้าทำงานเต็มตัวแล้ว จะยังรักกันเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะจุดยืนของแบงก์ชาติคือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและมองระยะยาว ไม่มีหน้าที่บริหารนโยบายการเงินสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
...ผู้บริหารแบงก์รัฐกำลังกระอักกระอ่วนใจ เรื่องการเป็นมือไม้ของรัฐบาลในการช่วยเหลือฉีดเงินรากหญ้า แต่ทางซูเปอร์บอร์ดมีมติให้แบงก์ชาติเข้ามาตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งเกณฑ์ของแบงก์ชาติจะเข้มงวดกว่าของกระทรวงการคลัง
เรื่องแยกบัญชี PSO ออกมานั้นต้องทำอยู่แล้ว จะได้รู้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากธนาคารมาจากนโยบายรัฐเท่าไหร่ และมาจากการบริหารเองยังไง หากเสียหายจากการสนองนโยบายรัฐ ซึ่งคลังก็จะต้องชดเชยให้ แต่กรณีคำตัดสินของศาลในคดีของธนาคารกรุงไทย ที่สั่งจำคุกผู้บริหารสิบกว่าคน ทำให้ผู้บริหารแบงก์รัฐขยับจะทำอะไรไม่ง่ายเลย
...เรื่องนี้เชื่อว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะอดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย น่าจะเข้าใจหัวอกผู้บริหารแบงก์รัฐดี
กำลังใจ ช.ชดา มีให้รองนายกฯ สมคิด และ รมว.คลัง อภิศักดิ์ เสมอ แต่ถ้ากล่าวถึงการทำงานของทีมเศรษฐกิจอย่างตรงไปตรงมา ก็ขออย่าได้โกรธเคืองกัน คิดอย่างไรก็บอกไปอย่างนั้น
...อ่วมอรทัย สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่ไปเปิดตัวตามหัวเมืองอย่างคึกคักช่วงปีที่ผ่านมา ที่จองกันเต็มโครงการนั้นตอนนี้ลูกค้าทิ้งเงินดาวน์กันเยอะเพราะเศรษฐกิจไม่ดี บางรายก็ขอเงินกู้จากแบงก์แต่ไม่ผ่าน
อาการซึมเซาอย่างนี้ ทำให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐเริ่มหันกลับมามองโมเดลเดิม หากกระตุ้นให้มีการซื้อที่อยู่อาศัยก็จะเกิดเงินหมุน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในบ้าน เศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนเพราะคนควักเงินออกมาใช้จ่าย แต่สภาพแวดล้อมปัจจุบันต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใช้แนวเดียวกันมันจะเวิร์กไหม ไม่มีใครรู้







