
จนท.รัฐพัวพันทุจริตแร่เพียบ
แม้รัฐบาลจะประกาศนโยบายการปราบปรามคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ แต่หน่วยงานของรัฐก็ยังมีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นผุดมาอย่างต่อเนื่อง
แม้รัฐบาลจะประกาศนโยบายการปราบปรามคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ แต่หน่วยงานของรัฐก็ยังมีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นผุดมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งหนังสือรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ในช่วงระหว่างปี 2552-2557 ได้รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐในอุตสาหกรรมเหมืองแร่กว่า 48 เรื่อง ที่พบว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ปล่อยให้มีการลักลอบทำแร่โดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทน หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับนายทุนในขบวนการลักลอบทำแร่เป็นจำนวนมาก
ป.ป.ช.ได้เสนอมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่อ ครม.ในหลายประเด็น เช่น เสนอให้การคุ้มครองป้องกันทรัพยากรแร่เป็นวาระแห่งชาติ เร่งรัดแก้ไขระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติในการพิจารณาให้ประทานบัตรเหมืองแร่ เพื่อให้มีการควบคุมทรัพยากรแร่บางชนิดที่มีมูลค่าและขาดแคลนเป็นกรณีพิเศษ
นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังเสนอให้ปรับโครงสร้างหน่วยราชการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสัมปทานเหมืองแร่ ให้ประสานงานการปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรมีการร่วมกันทำงานในการออกใบอนุญาตประทานบัตร และอาชญาบัตรโดยการจัดตั้งเป็นศูนย์บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในขั้นตอนการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับเหมืองแร่
ขณะเดียวกัน ควรกำหนดนโยบายเกี่ยวกับแร่ที่เป็นของกลางที่ได้มาจากการกระทำความผิดให้ชัดเจน โดยไม่เอื้อให้นำแร่ที่ตรวจสอบและยึดได้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ครม.ทำได้คือ มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพย์ฯ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รับข้อเสนอของ ป.ป.ช.ไปพิจารณาร่วมกันและรายงานให้สำนักงานเลขาธิการ ครม.รับทราบภายใน 30 วัน







