
รับเหมานำตลาด
การประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนำโดยทีมเศรษฐกิจใหม่น่าจะเป็นความหวังอีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างมุมมองทางเศรษฐกิจหรือราคาหุ้นในตลาดหุ้น มุมเศรษฐกิจเองแล้วโดยส่วนตัวผมยังไม่มั่นใจเท่าไรนักในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะอย่าลืมว่าเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนอกจากประเด็นการจับจ่ายที่ต้องมีเงินแล้ว ความมั่นใจในการจับจ่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ผมขอเรียกว่า “การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค” ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีเราไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ รายได้จะเป็นอย่างไรในช่วงต่อไป มีคนมาให้เรายืมเงินเราอาจจะไม่อยากใช้ก็ได้ แต่กรณีเรามั่นใจว่าเศรษฐกิจดีแม้ไม่มีใครมาให้เรายืมเงินเราก็กล้าใช้เงิน เพราะเรารู้ว่าเราสามารถหาเงินได้ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแนวคิดที่ผมใช้คำว่าเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้กล้าใช้เงินไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย
การประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนำโดยทีมเศรษฐกิจใหม่น่าจะเป็นความหวังอีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างมุมมองทางเศรษฐกิจหรือราคาหุ้นในตลาดหุ้น มุมเศรษฐกิจเองแล้วโดยส่วนตัวผมยังไม่มั่นใจเท่าไรนักในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะอย่าลืมว่าเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนอกจากประเด็นการจับจ่ายที่ต้องมีเงินแล้ว ความมั่นใจในการจับจ่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ผมขอเรียกว่า “การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค” ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีเราไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ รายได้จะเป็นอย่างไรในช่วงต่อไป มีคนมาให้เรายืมเงินเราอาจจะไม่อยากใช้ก็ได้ แต่กรณีเรามั่นใจว่าเศรษฐกิจดีแม้ไม่มีใครมาให้เรายืมเงินเราก็กล้าใช้เงิน เพราะเรารู้ว่าเราสามารถหาเงินได้ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแนวคิดที่ผมใช้คำว่าเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้กล้าใช้เงินไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย
แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจยังมีอีกทาง ส่งออกอาจจะไม่มีหวัง ยิ่งจีนตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดยังไม่ดีขึ้น การส่งออกในปีนี้คงไม่น่าฟื้นตัว การบริโภคในประเทศไม่ง่ายในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่การลงทุนภาครัฐนี้คือประเด็นสำคัญในการกระตุ้นหรือฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพราะนอกจากตัวคูณในการเร่งทางเศรษฐกิจจะมากแล้ว ต้นทุนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบและแรงงานในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากในประเทศ ซึ่งการกระตุ้นของเศรษฐกิจจะครอบคลุมมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น
วกกลับมาตลาดหุ้น จากเหตุผลข้างต้นน่าจะมองได้ว่าหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดน่าจะเป็นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เพราะโครงการต่างๆ เหล่านี้ก็หนีไม่พ้นงานที่ต้องให้บริษัทรับเหมาใหญ่ที่จะได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปสับสนซื้อหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ในการอัดฉีดรายได้ของผู้ที่มีรายได้น้อย เพราะความเชื่อมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เกิดการใช้จ่าย
สำหรับ SET INDEX แล้วในช่วงระยะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปตามคาดก็คือ มีการปรับลดลงไปที่ 1,300 จุด ก่อนมีการดีดกลับขึ้นมาและชัดเจนก็คือ ฝรั่งหยุดขาย (เพราะราคาหุ้นถูกกว่าเดิมในระดับ 40% กล่าวคือ ราคาตลาดที่ลดลง + ค่าเงินที่อ่อนค่า) สิ่งที่เราเห็นได้ชัดก็คือ ความกังวลเดิมๆ เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ปัญหายุโรป ปัญหาของจีน รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอนั้นมีการตอบรับไปกับการปรับตัวลดลงในช่วงเดือน ส.ค.แล้ว หลังจากนี้ปัจจัยดังกล่าวแม้จะมีการเกิดขึ้นอีก ก็จะส่งผลต่อ SET INDEX ไม่มาก นั้นก็คือจุดต่ำสุดของ SET INDEX ได้เกิดขึ้นไปแล้วและเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ตามคาด จึงประเมินว่า แม้ SET INDEX จะมีการปรับตัวขึ้นไม่ได้แรงมาก เพราะการขึ้นน่าจะได้เพียง 1,400-1,450 จุดเท่านั้น แต่การปรับตัวลดลงถึงระดับต่ำกว่าเดิมก็ไม่มีทางเช่นกัน
บทสรุป ประเมินว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของ SET INDEX ยังมองในมุมเป็นบวกแม้มีการปรับตัวขึ้นมาแล้วพอสมควรแต่ก็ยังไม่น่ากังวล สิ่งที่สำคัญก็คือการเลือกกลุ่มในการลงทุน ซึ่งในบทความวันนี้นำเสนอหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่น่าจะเป็นผู้นำตลาดต่อเนื่องจากปัจจุบัน
หมายเหตุ วันเสาร์ที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 09.00–12.00 น. ที่สมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ มีงานสัมมนาประจำเดือนของ บลป. เอกการลงทุน ท่านใดที่สนใจเรียนเชิญ จองได้ที่ เบอร์ 08-1783-8888 หรือ ที่ http://www.aekinvestment.com/







