
อินเด็กซ์ฯเปิดธุรกิจใหม่เอาใจคนรักหมา
อินเด็กซ์ฯ เกาะกระแสคนเหงารักหมามูลค่าหมื่นล้าน แตกไลน์ธุรกิจใหม่ เดอะ ด็อก มาสเตอร์ มั่นใจดันรายได้ทั้งปีโตตามเป้า 1,800 ล้านบาท
อินเด็กซ์ฯ เกาะกระแสคนเหงารักหมามูลค่าหมื่นล้าน แตกไลน์ธุรกิจใหม่ เดอะ ด็อก มาสเตอร์ มั่นใจดันรายได้ทั้งปีโตตามเป้า 1,800 ล้านบาท
นายเกรียงไกร และนายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ บริษัท อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า เพื่อสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน บริษัทจึงวางแผนเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีคอนเซ็ปต์เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนเลี้ยงสุนัขกับสุนัขให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งยังเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน ภายใต้แบรนด์ เดอะ ด็อก มาสเตอร์ (The Dog Master)
ทั้งนี้ ข้อมูลการตลาดจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ชี้ให้เห็นว่าคนใช้จ่ายกับเรื่องของสัตว์เลี้ยงสูงถึง 10,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารสำเร็จรูป 47% และอื่นๆ ที่เป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล การบำรุงสุขภาพ อาบน้ำ-ตัดขน เสื้อผ้า เครื่องประดับ เป็นต้นอีก 53% ซึ่งบริษัทเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจทั้งในแง่ของมูลค่าตลาด และอัตราการเติบโต
ภายใต้แบรนด์ดังกล่าว บริษัทได้วางแผนที่จะเปิดตัวเวบไซต์ www.mydoggang.com ซึ่งเป็นสังคมออนไลน์เพื่อคนรักสุนัข คนเลี้ยงสุนัข ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปฏิสัมพันธ์กันเช่นเดียวกับเวบไซต์สังคมออนไลน์ที่กำเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย อย่าง เฟสบุ๊ก และทวิตเตอร์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ก.ย. นี้ โดยระยะแรกของการดำเนินงาน หรือในระยะเวลา 4 เดือนแรก จะมีสมาชิกราว 5,000 คน และภายในสิ้นปี 2554 หรือ 1 ปีหลังจากเปิดตัวจะมีสมาชิกราว 5 หมื่นคน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการจัดทำรายการเรียลลิตี้โชว์ระหว่างสุนัขและเหล่าบรรดาคนดังจากวงสังคม และวงการบันเทิง ภายใต้ชื่อ เดอะ ด็อก มาสเตอร์ ที่จะออกอากาศทางฟรีทีวีในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งในเรื่องของสถานีโทรทัศน์ และช่วงเวลาที่จะออกอากาศกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเวลาที่เหมาะสม ส่วนการจัดอีเวนท์ หรือกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับรายการทีวี และเวบไซต์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า
“การเปิดเวบไซต์ รายการทีวี และการจัดกิจกรรมต่างๆ ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่เชื่อมโยงกันสนับสนุนและสร้างแบรนด์ เดอะ ด็อก มาสเตอร์ ให้แข็งแรงและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทใช้งบลงทุนในธุรกิจใหม่นี้ไปเพียง 5 ล้านบาท” นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวธุรกิจใหม่อีก 1 ธุรกิจในปีนี้ หากประเทศไทยไม่มีปัญหาความรุนแรงทางด้านการเมืองภายในประเทศเกิดขึ้นอีก ส่วนแนวโน้มการจัดอีเว้นท์ กิจกรรม ในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทคาดว่า บริษัทที่ชะลอการจัดกิจกรรมไปในช่วงที่มีเหตุการณ์ทางการเมืองจะกลับมาจัดกิจกรรม แต่อาจจะไม่มากเท่ากับช่วงที่เหตุการณ์สงบ ประกอบกับบางพื้นที่ เช่น ลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ดปิดการดำเนินงานไป ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ในปีนี้ภาพรวมการจัดกิจกรรมต่างๆ จะลดลงอย่างน้อย 5 – 10%
สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้พบว่าในครึ่งปีแรกบริษัทมีอัตราการเติบโตทางด้านรายได้ถึง 32% โดยการจัดกิจกรรมทางการตลาดมีอัตราการเติบโตสูงสุด ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมีรายได้แล้ว 996 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 751 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ตามเป้าที่วางไว้ 1,800 ล้านบาท อย่างแน่นอน







