
คปภ.เผยธุรกิจประกันภัยครึ่งปีแรกโต 2.25%
คปภ.เผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยครึ่งแรกปี58 ขยายตัว 2.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดทั้งปีโต 4.73%
คปภ.เผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยครึ่งแรกปี58 ขยายตัว 2.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดทั้งปีโต 4.73%
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า แม้ในไตรมาส 2 ปีนี้ เศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง จากการหดตัวลงอย่าง ต่อเนื่องของการผลิตในภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม แต่ภาคบริการต่างๆ ยังคงขยายตัว ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยในครึ่งแรกของปีนี้ ยังมีการเติบโต
สำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2558 เบี้ยประกันภัยจากธุรกิจประกันชีวิตอยู่ที่ 2.60 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด ได้แก่ การประกันชีวิตประเภทสามัญ จำนวน 2.23 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.42% รองลงมาเป็นประเภทกลุ่มจำนวน 3.05 ล้านบาท ขยายตัว 6.01% ตามด้วยประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 3,639 ล้านบาท หดตัว 7.20% และประเภทอุบัติเหตุ จำนวน 2,875 ล้านบาท ลดลง 0.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1.03 แสนล้านบาท เติบโต 1.26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการประกันวินาศภัยที่มีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด ได้แก่ การประกันภัยรถ จำนวน 5.98 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 0.90% รองลงมาคือ การประกันภัยเบ็ดเตล็ด จำนวน 3.49 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 2.68% ตามด้วยการประกันอัคคีภัย จำนวน 5,531 ล้านบาท ลดลง 3.72% และการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จำนวน 2,767 ล้านบาท ขยายตัว 1.90%
สำหรับยอดผู้ทำประกันภัยรายใหม่ช่วงครึ่งแรกของปี 2558 มีจำนวน 32.36 ล้านกรมธรรม์ขยายตัว 5.00% โดยกรมธรรม์ประกันชีวิต ขยายตัว 6.81% ส่งผลให้เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2558 ธุรกิจประกันชีวิตมีจำนวนกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้ 23.49 ล้านกรมธรรม์ ขยายตัว 5.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราผู้ถือกรมธรรม์ต่อจำนวนประชากร อยู่ที่ 36.12% ส่วนกรมธรรม์ประกันวินาศภัยมีจำนวน 23.93 ล้านกรมธรรม์ขยายตัว 4.79% ส่งผลให้เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2558 ธุรกิจประกันวินาศภัย มีจำนวนกรมธรรม์ที่มีผลบังคับ 55.94 ล้านกรมธรรม์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.80% คิดเป็นอัตราผู้ถือกรมธรรม์ 86.00%
เลขาธิการ คปภ.กล่าวด้วยว่า สิ้นปี 2558 คาดว่าธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ จะขยายตัวได้ 4.73% แบ่งเป็นการขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิต 5.66% และธุรกิจประกันวินาศภัย ขยายตัว 2.49%
“เมื่อดูจากตัวเลขการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในครึ่งปีแรก 2.25% ประกอบกับมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง การกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายของภาครัฐ ที่จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยตรง และเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะประชาชนในภาคเกษตร น่าจะช่วยให้กำลังซื้อในประเทศปรับตัวดีขึ้น จึงมองว่าภาพรวมของธุรกิจประกันภัยในครึ่งปีหลัง ยังขยายตัวได้ แต่อาจไม่สูงนัก” เลขาธิการ คปภ. กล่าว
นายประเวช กล่าวถึง สินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันภัย ว่า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2558 ธุรกิจประกันภัย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 2.90 ล้านล้านบาท ขยายตัว 12.11% โดยเป็นสินทรัพย์ลงทุน จำนวน 2.62 ล้านล้านบาท ขยายตัว 15.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งนี้ เป็นสินทรัพย์ของธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 2.43 ล้านล้านบาท ขยายตัว 16.31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ลงทุน จำนวน 2.32 ล้านล้านล้านบาท คิดเป็น 95.24% ของ สินทรัพย์รวม โดยแบ่งเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ คือ พันธบัตร จำนวน 1.30 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 56.22% ของสินทรัพย์ลงทุนรวม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.21% ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง คือ หุ้นทุน มีจำนวน 1.78 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.70% โดยมีอัตราการขยายตัวที่ 17.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้อัตราส่วนความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิต อยู่ที่ 137.35% ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจประกันชีวิตมีสินทรัพย์ลงทุนเพียงพอต่อหนี้สินผู้เอาประกันภัย
ในส่วนของสินทรัพย์ของธุรกิจประกันวินาศภัย 4.67 แสนล้านบาท ลดลง 5.67% โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ลงทุน จำนวน 2.99 แสนล้านบาท หรือ 64.23% ของสินทรัพย์รวม ทั้งนี้มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ คือ เงินฝากธนาคารในสัดส่วนสูงที่สุด จำนวน 1.05 แสนล้านบาท หรือ 35.28% และขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 8.01% ขณะที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง คือ หุ้นทุน จำนวน 8.33 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 27.83% ของสินทรัพย์ลงทุนรวม และขยายตัว 14.75% สำหรับเงินสดและสภาพคล่องของธุรกิจประกันวินาศภัย มีทั้งสิ้น 2.96 แสนล้านบาท ขยายตัว 5.90% ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเงินสดจำนวน 385 ล้านบาท ลดลง 12.7%
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมอีกว่า ธุรกิจประกันภัย มีบทบาทในการเป็นผู้ลงทุนสถาบันรายใหญ่สุดในตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุนของประเทศ โดยธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันวินาศภัยมีการลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เพื่อความคล่องตัวในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีเกิดความเสียหายขึ้น ทำให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยเกิดความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย และเล็งเห็นความสำคัญของการทำประกันภัยมากขึ้น







