
ไทยมีหนี้สาธารณะ2.7ล้านล้านบาท
สบน.เผยไทยมีหนี้สาธารณะ 2.7 ล้านล้านบาท ชี้ จะปลอดหนี้ภายใน32ปี บนเงื่อนไขถ้าไม่มีการกู้เพิ่ม
สบน.เผยไทยมีหนี้สาธารณะ 2.7 ล้านล้านบาท ชี้ จะปลอดหนี้ภายใน32ปี บนเงื่อนไขถ้าไม่มีการกู้เพิ่ม
ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำ ปีพ.ศ.2554 สภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือสบน. ที่คณะกรรมาธิการได้ให้สบน.กลับไปรวบรวม ยอดหนี้สาธารณะทั้งหมดกลับมารายงานอีกครั้ง ทั้งนี้นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้รายงานว่า ปัจจุบันยอดหนี้สาธารณะมีทั้งสิ้นรวม 2.7 ล้านล้านบาท ยึดฐานการชำระหนี้ 32 ปี
จากนั้น กมธ.จากพรรคเพื่อไทยได้ตั้งข้อสังเกตุถึงการใช้งบประมาณจำนวนมากในการ ทำประชานิยม อาทินายจุลพันธ์ อมร วิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า จากการคำนวนยอดหนี้ทั้งหมดตามหลักแล้วจะต้องคืนเงินต้นปีละ 3.7 หมื่นล้านบาทจึงจะสามารถใช้หนี้ได้หมดภายใน 32 ปี แต่เหตุใดสบน.จึงตั้งงบประมาณคืนเงินต้นชำระหนี้ เงินกู้ปีแรกเพียง 1 หมื่นล้านบาทเศษ เท่ากับเป็นการผลักภาระไปให้รัฐบาลหน้าและคนรุ่นหลัง จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้สั่งให้เปลี่ยนโครงสร้างการชำระหนี้สาธารณะ จึงขอตัดงบประมาณของสบน.ลง 20%
นายจักรกฤศฏิ์ ชี้แจงว่า ขอความเห็นใจอย่าตัดงบประมาณในส่วนนี้เนื่องจากสบน.ต้องใช้งบในการบริหารงาน จำนวน 87 ล้านบาทในการบริหารหนี้ทั้งหมด ยอมรับว่าขณะนี้อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศทั่วโลกเริ่มขยับตัวสูงขึ้น นำมาซึ่งต้นทุนของไทย หากรัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้เหล่านี้ได้ก็จะต้องใช้วิธีออกพันธบัตรรัฐบาล หรือรีไฟแนนซ์ ขณะนี้นักวิเคราะห์-นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกจึงพยายามลดพวกมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ และดึงให้ปรับเข้าสู่ภาวะปกติให้ได้ เช่น การปรับปรุงมาตรการภาษีที่ดิน ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของภาครัฐเพื่อให้มีรายได้เพิ่ม ขึ้น
นายจักรกฤศฏ์ กล่าวอีกว่า ยอดหนี้รวม 2.7 ล้านล้านบาท ระยะเวลาชำระหนี้คืน 32 ปีแบบไม่มีการกู้ใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ยาก เนื่องจากยอดหนี้เพิ่มตลาดตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งจะต้องก่อหนี้ได้ไม่เกิน 60 %ของจีดีพี และภาระหนี้ต่องบประมาณรายจ่ายต้องไม่เกิน 15% สำหรับประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านการบริหารตลาดพันธบัตร เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยไม่ผันผวน จึงสามารถกู้เงินภายในประเทศได้
“การชำระหนี้มีข้อจำกัดด้านการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลที่ผ่านมาจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อนำงบมาใช้ในการลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายประจำ จึงทำให้เหลือเงินมาใช้ชำระหนี้น้อย หากรัฐบาลสามารถทำงบประมาณแบบสมดุลได้เมื่อใด ก็จะสามารถนำเงินไปชำระหนี้ได้มากขึ้น” นายจักรกฤศฎิ์ กล่าว







