
ชี้เทรนด์การค้ายุคใหม่
การกำหนดนโยบายการค้าในอนาคตจะต้องสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหนึ่งในนั้นคือ การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
การกำหนดนโยบายการค้าในอนาคตจะต้องสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหนึ่งในนั้นคือ การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
นายเอ็ดเวิร์ด คลาเรนซ์ สมิธ ผู้แทนองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ประเด็นด้านการค้าและการพัฒนาในศตวรรษที่ 21” ว่า สิ่งท้าทายต่อการค้าโลกในอนาคต คือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีผลต่อภาคเกษตร ดังนั้นการวางนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต้องสนใจดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนามีความยั่งยืนมากขึ้น
แนวคิดนี้สามารถนำไปปรับใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้ โดยสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชื่อมโยงการผลิตร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตรูปแบบใหม่ ส่งผลให้เกิดการผลิตของชิ้นใหม่ลดลง แต่จะเห็นการค้าภาคบริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการค้าข้ามแดนในภูมิภาคสูงขึ้น
นายวิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา (ไอทีดี) กล่าวว่า แนวทางนี้เป็นเทรนด์ของโลก ที่แต่ละภูมิภาคจะหันมาทำการค้ากันเองมากขึ้น เพราะมีเรื่องของกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และความเหลื่อมล้ำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จนกลายเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี)
“นี่เป็นความท้าทายและโจทย์การดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการค้าระหว่างประเทศในอนาคต ซึ่งการร่วมลงทุนใช้วัตถุดิบร่วมกันในภูมิภาค เพื่อผลิตสินค้าที่เหมือนกันส่งออกไปตลาดโลก จะทำให้สินค้าที่ผลิตในภูมิภาคสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้” นายวิมล กล่าว







