
เงินกำลังจะหมุนไป
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ประชาชนมีหนี้สิน สถาบันการเงินเข้มงวดการให้สินเชื่อ การจะหันไปกู้เงินนอกระบบก็ยากลำบากขึ้น ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดัน “นาโนไฟแนนซ์” ให้เป็นกลไกหนึ่งในการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และดึงลูกหนี้นอกระบบมาเข้าสู่ระบบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้ผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ หรือทำให้เงินสะพัดในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน 3 มาตรการ อัดเงินลงระบบ 1.36 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคนที่มีรายได้น้อย รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การปล่อยเงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท มาตรการที่ 2 เร่งรัดการใช้จ่ายสู่ระดับตำบลกว่า 7,000 ตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท วงเงินราว 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาด้านต่างๆ รวมถึงการจ้างงานในชุมชน มาตรการที่ 3 เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนโครงการขนาดเล็ก โครงการละประมาณ 1 ล้านบาท รวมประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
โดยเฉพาะมาตรการการปล่อยเงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยใน 2 ปีแรก เพราะรัฐบาลจะอุดหนุนภาระดอกเบี้ยให้ ส่วนปีที่ 3-7 จะคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนทางการเงิน บวก 1% ต่อปี คิดเป็นเม็ดเงินที่รัฐบาลต้องรับภาระปีละ 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าจะปล่อยกู้เฉลี่ยรายละ 1-2 หมื่นบาท เพื่อกระจายเงินไปถึงมือประชาชนให้มากที่สุด และคาดว่าจะช่วยชาวบ้านได้ 10 ล้านคน โดยมีเงื่อนไขให้ผู้กู้นำเงินไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และห้ามนำเงินกู้ไปรีไฟแนนซ์หนี้กองทุนเดิม
มีคำถามมากมายว่าโครงการนี้เป็น “ประชานิยม” และ “มีความเหลื่อมล้ำ” หรือไม่ เพราะประชาชนมีความเข้าใจผิดๆ ว่า มีความเหลื่อมล้ำระหว่างการช่วยเหลือให้เงินกู้สำหรับผู้มีรายน้อย ระหว่างโครงการเงินกู้กองทุนหมู่บ้านที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 2 ปีแรก แต่เงินกู้นาโนไฟแนนซ์จะต้องเสียดอกเบี้ย 36% ต่อปี รวมทั้งภาครัฐต้องประชาสัมพันธ์ให้ดี เพราะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า ทั้งมาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และกองทุนหมู่บ้านต่างก็เป็นเงินที่รัฐบาลให้เปล่ามิฉะนั้นอาจเกิดการชักดาบหนีหนี้ได้







