
รู้ทัน ‘ประกันสูงวัย’
“ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ” กำลังเป็นช่องทางใหม่ที่บริษัทประกันเกือบทุกแห่งนำมาเป็นตัวสร้างรายได้ โดยใช้การโฆษณาทางทีวีกระตุ้นให้ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุช่วงอายุระหว่าง 50 -70 ปี และเหล่าบรรดาลูกๆ หลานๆ เลือกสมัครใช้บริการ ซึ่งเนื้อหาในโฆษณาส่วนใหญ่จะบอกเล่าจูงใจโดยใช้ข้อความในแนวทางที่ว่า “สมัครได้ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” “รายได้น้อยก็สมัครได้ เฉลี่ยจ่ายเบี้ยประกันแค่วันละไม่กี่บาท” “โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งก็คุ้มครอง” “ได้รับเงินคืนเมื่อครบสัญญา” ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นคำโฆษณาที่เราได้เห็นกันจนชินตาในหน้าจอทีวี และมักจะเลือกใช้ดาราคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเพื่อสร้างความคุ้นเคยและชักจูงให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อประกันได้ง่ายขึ้น
“ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ” กำลังเป็นช่องทางใหม่ที่บริษัทประกันเกือบทุกแห่งนำมาเป็นตัวสร้างรายได้ โดยใช้การโฆษณาทางทีวีกระตุ้นให้ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุช่วงอายุระหว่าง 50 -70 ปี และเหล่าบรรดาลูกๆ หลานๆ เลือกสมัครใช้บริการ ซึ่งเนื้อหาในโฆษณาส่วนใหญ่จะบอกเล่าจูงใจโดยใช้ข้อความในแนวทางที่ว่า “สมัครได้ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” “รายได้น้อยก็สมัครได้ เฉลี่ยจ่ายเบี้ยประกันแค่วันละไม่กี่บาท” “โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งก็คุ้มครอง” “ได้รับเงินคืนเมื่อครบสัญญา” ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นคำโฆษณาที่เราได้เห็นกันจนชินตาในหน้าจอทีวี และมักจะเลือกใช้ดาราคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเพื่อสร้างความคุ้นเคยและชักจูงให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อประกันได้ง่ายขึ้น
แต่ล่าสุดศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการรับสิทธิประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย โดยพบว่ามีการปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยบริษัทประกันอ้างว่าผู้ทำประกันป่วยเป็นโรคร้ายแรงมาก่อนที่จะทำประกัน ทั้งๆ ที่ในโฆษณาเผยแพร่ออกมาไม่ได้แจ้งเงื่อนไขใดๆ ที่จะมีผลต่อการขอรับสิทธิ แต่แจ้งเน้นย้ำแค่ว่าสมัครได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ
ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เองก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนเรื่องของปัญหาจากการใช้สิทธิเกี่ยวกับประกันภัยและประกันชีวิตหลายกรณี โดย สคบ. จะส่งเรื่องต่อไปให้ยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง
ปัญหาหลักๆ ที่พบจากการทำประกันในปัจจุบัน คือ 1.การเอาเปรียบผู้บริโภคเรื่องของสัญญาที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ 2.เรื่องของการโฆษณาเกินจริง
ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มีคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อประกันสุขภาพ ป้องกันการถูกเอาเปรียบ ดังนี้ 1.ศึกษาข้อมูลรอบด้าน ถามข้อมูลให้ครบทั้งเบี้ยประกัน ระยะเวลา การตรวจสุขภาพ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจ ก่อนตกลงเซ็นสัญญา 2.เก็บหลักฐานการเสนอขาย เอกสารต่างๆ ทั้งโบรชัวร์ โฆษณาทางทีวี หรือกรณีทำประกันทางโทรศัพท์ให้บันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน ใช้อ้างอิงกรณีเกิดปัญหาในอนาคต และ 3.ตรวจสอบกรมธรรม์ เมื่อได้รับกรมธรรม์ให้ตรวจสอบความถูกต้องทั้งชื่อ ข้อมูลการทำประกัน หากไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ให้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาภายใน 30 วัน







