posttoday
เอกชนเปิดเวทีถล่มรัฐ ฟื้นลงทุน...ลดความเหลื่อมล้ำ กู้ภาพประเทศ

เอกชนเปิดเวทีถล่มรัฐ ฟื้นลงทุน...ลดความเหลื่อมล้ำ กู้ภาพประเทศ

13 กรกฎาคม 2553

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมด้วยหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย จัดเวทีสัมมนา “Thailand’s Investment Environment : Looking Forward” ระดมความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ หาทางฟื้นความเชื่อมั่นการลงทุน และแก้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม

ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลให้เร่งดำเนินการแก้ไขและใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและแผนงาน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยงานนี้จะมีขึ้นในวันที่ 15 ก.ค. ณ หอประชุมมหิศร เอสซีบี ปาร์ค พลาซ่า

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การลงทุนในไทยขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะนักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนอีกหรือไม่ แม้เหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองจะคลี่คลายไปแล้ว แต่แนวโน้มยังไม่แน่นอน ยังมีสัญญาณบางอย่างที่ต้องช่วยกันระมัดระวัง แก้ไขให้จบจริงๆ หากการเมืองไม่นิ่งก็ยากที่ประเทศจะพัฒนาต่อไปได้ นั่นหมายความว่า ธุรกิจก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

ทุกวันนี้การลงทุนที่ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นทุนจากผู้ประกอบการรายเก่าที่ประกอบกิจการในไทยอยู่นานแล้ว ท่าทีโดยรวมก็ไม่มีสัญญาณว่าจะทิ้งไทยไปไหน แต่แม้จะถือว่าเป็นเรื่องดีที่การลงทุนขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่เรายังต้องการทุนใหม่เข้ามาเพิ่มด้วย ซึ่งตอนนี้ทุนใหม่ไม่กล้าเข้า เนื่องจากความลังเล ไม่มั่นใจต่อประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง

นอกจากความเป็นห่วงเรื่องการลงทุนแล้ว อีกประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญเช่นกันคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะมีผลเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนของภาคธุรกิจ

หากรัฐยังปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำอยู่ต่อไป ปัญหาความขัดแย้งก็จะลดลงได้ยาก กลายเป็นประเด็นทางการเมืองขึ้นมาอีก แล้วก็โยงไปกระทบกับความเชื่อมั่นในการลงทุน กระทบกันเป็นลูกโซ่ รัฐจึงต้องเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งสองประเด็นนี้ให้ได้อย่างจริงจัง

ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่พูดกันมานานหลายปี หลายรัฐบาล ถึงเวลาที่ควรจะต้องแก้ไขจริงจังเสียที และเชื่อว่ารัฐก็มองเห็นความสำคัญในประเด็นนี้ กระทรวงการคลังจึงได้มีแนวคิดที่จะจ้างบริษัทต่างชาติมาช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย

“การจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลกได้นั้น เราก็ต้องทำตัวเองให้สะอาด โปร่งใสด้วย ถ้าเราไม่ทำ มัวแต่ไปจ้างคนอื่นก็ไร้ประโยชน์ ขอย้ำว่าถึงเวลาที่จะต้องทบทวนตัวเองได้แล้ว สะสางปัญหาทุจริตให้ได้เสียที อย่าดีแต่พูดแล้วไม่ทำ เพราะพูดมานานเกินไปแล้ว”

การเปิดเวทีสัมมนาของภาคธุรกิจครั้งนี้ เราต้องการระดมข้อมูลจากทัศนะของหลายๆ ฝ่าย เพื่อความหลากหลาย เป็นการเปิดเวทีรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่อยากให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ หลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้วจะสรุปรายละเอียดส่งมอบให้รัฐนำไปปฏิบัติ

ก่อนหน้านี้ กกร.ได้ประชุมกันว่าภาคธุรกิจจะเคลื่อนไหวในการช่วยเหลือประเทศด้วยการลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ ลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของรายได้ ค่าจ้างแรงงาน ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และสะสางปัญหาคอร์รัปชันที่เกี่ยวเนื่องกับเอกชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับราชการ

ในเมื่อสิ่งที่เอกชนควรทำก็ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว ในส่วน 2 ข้อที่จะถกกันในเวทีสัมมนาคือ ปัญหาการลงทุนและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นข้อเรียกร้องที่รัฐต้องเป็นฝ่ายทำบ้าง เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่ควรอยู่ เนื่องจากทั้งสองเรื่องที่ว่ามีความสำคัญมากต่อประเทศ ต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมไทย ซึ่งนักลงทุนค่อนข้างมีความกังวลมาก อยากเห็นการแก้ไขให้ชัดเจน

สำหรับปัญหาอื่นๆ ที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของไทยในตอนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องปัญหามาบตาพุด เพราะการดำเนินการยังขาดความชัดเจน แต่เปรียบเทียบกับข้อกังวลอื่นๆ ก็ถือว่าเรื่องมาบตาพุดเริ่มมีความคืบหน้าบ้างเหมือนกัน หลังจากนี้ก็คงต้องรอต่อไปว่าการเดินหน้าแก้ปัญหาจะเร็วขึ้นและจบในเวลาอันสั้นได้หรือไม่

ทั้งหมดที่ว่ามานี้ แม้จะดูเป็นผลลบกับประเทศเสียมาก แต่ในแง่ของภาพบวกของไทยในสายตานักธุรกิจต่างชาติก็ยังมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพแรงงานไทย ขึ้นชื่อว่ามีความรับผิดชอบสูง ใส่ใจในการทำงาน และทักษะฝีมืออยู่ในเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานสูง เป็นที่ต้องการของนายจ้าง ถือว่าเป็นจุดแข็งชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น วัฒนธรรม ประเพณีไทย นิยมใส่ใจในการดูแลนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างดี ทำให้คนเหล่านี้ต้องการลงทุนและอยู่ในประเทศไทย เพียงแต่เพิ่งมาสะดุดตอนเกิดปัญหาชุมนุมทางการเมืองที่ทำให้ความเชื่อมั่นสั่นคลอนเท่านั้น หลังจากนี้ถ้าคุมสถานการณ์ได้ ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน