posttoday
UPAกำไรไตรมาส3

UPAกำไรไตรมาส3

31 สิงหาคม 2558

ผู้ถือหุ้น UPA มติเอกฉันท์ซื้อ ADP ฉลุย ดันผลประกอบการไตรมาส 3 พลิกเป็นบวก

ผู้ถือหุ้น UPA มติเอกฉันท์ซื้อ ADP ฉลุย ดันผลประกอบการไตรมาส 3 พลิกเป็นบวก

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้ซื้อหุ้นบริษัท อันดามันเพาเวอร์ แอนด์ ยูทิลิตี้ (APU) สัดส่วน 93% ภายหลังจากได้มีการสอบถามถึงเหตุผลของการซื้อในราคาสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมที่ทางที่ปรึกษาการเงินอิสระ (IFA) ได้ประเมิน ทางผู้บริหารได้อธิบายถึงมูลค่าที่บริษัทจะได้รับในอนาคต

นายนพพล มิลินทางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UPA เปิดเผยว่า กระบวนการซื้อ APU คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 นี้ และจะสามารถรับรู้รายได้จากการขายไฟของ APU เฟสแรก 6-20 เมกะวัตต์ ให้กับ อำเภอกันบอก จังหวัดทวาย รัฐทะนินทายี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าเป็นรายได้ให้บริษัท หรือประมาณ 6-7 ล้านบาท/เดือน ซึ่งจะหนุนให้ผลงานเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้

อย่างไรก็ตาม การขายไฟดังกล่าวแม้จะมีอัตรากำไรสุทธิ (มาร์จิ้น) สูงถึง 10-15% แต่ยังไม่มากเพียงพอจะหนุนให้ผลประกอบการทั้งปีพลิกกลับมาเป็นบวกได้ แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะดีกว่าปี 2557 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 64 ล้านบาท

“เมื่อการซื้อ APU แล้วเสร็จ หลังจากนี้คงจะว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อมาจัดโครงสร้างทางการเงิน หาแหล่งเงินเพื่อนำไปใช้รองรับแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 150-200 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นสัดส่วนระหว่างเงินกู้และส่วนทุน 2:1 หรือในส่วนทุนประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท” นายนพพล กล่าว

สำหรับแหล่งเงินทุนไม่มีปัญหา เนื่องจากมีส่วนผู้ถือหุ้นสูงกว่า 3,000 ล้านบาท และ UPA อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถเลือกใช้ช่องทางในการระดมทุนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุน การออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) หรือแม้แต่การหาพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาร่วมลงทุน

นายนพพล กล่าวถึงธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ว่า โครงการคอนโดมิเนียม เดอะ พีโน่ ที่เขาใหญ่ จำนวน 40 ยูนิต ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและมียอดจองมาแล้วจำนวน 20 ยูนิต คาดว่าจะได้รับอนุมัติการเปิดใช้อาคารจากภาครัฐภายในเดือน ก.ย. คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 175 ล้านบาท

ขณะที่ธุรกิจซอฟต์แวร์ ประสบผลขาดทุน ทาง UPA จึงเข้าฟื้นฟู โดยมีแผนการเข้าซื้อซอฟต์แวร์ “Where Team Talk” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารบน Mobile Platform มีมูลค่าประมาณ 190 ล้านบาท ได้ทดลองตลาดระยะเวลาหนึ่งแล้ว ในอนาคตจะสร้างรายได้และต่อยอดขยายไปได้ทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน