
งานโฮมเมดช่วยปลดหนี้ ผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซ
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
เอตซี (Etsy) เว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้กับผู้ใช้ในการวางขายสินค้า “โฮมเมด” โดยเฉพาะ และยังเป็นตลาดใหญ่สำหรับผู้มีใจรักงานแฮนด์เมดอีกด้วย เนื่องจากในสิ้นปี 2014 ที่ผ่านมา เอตซีมีพ่อค้าแม่ค้าประจำถึง 1.4 ล้านคน และมีผู้ซื้อประจำถึง 19.8 ล้านคน
เพราะฉะนั้น เอตซีจึงเป็นภาคส่วนอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่ให้โอกาสการทำธุรกิจสินค้าแฮนด์เมดแก่ผู้คนทั่วโลก
แนนซี เนเมธ และแดน เนเมธ สองสามีภรรยาชาวอเมริกันเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้เอตซีในการหารายได้ และรายได้ของทั้งสองคนไม่ใช่รายได้ธรรมดา แต่เป็นรายได้ที่สำคัญสำหรับการปลดหนี้มากกว่า 3 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1 ล้านบาท) โดยยังไม่รวมค่าผ่อนรถยนต์
แนนซีและแดน วัย 49 ปี ตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อปี 2012 แม้ต่างฝ่ายต่างมีหนี้สิ้นจำนวนมาก โดยฝ่ายหญิงมีหนี้ติดตัว 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ฝ่ายชายมีหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้ที่ต้องผ่อนชำระรถ และหนี้บัตรเครดิต รวมถึงบ้านแดนยังจะถูกยึดอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็พยายามหาเงินเพื่อมาผ่อนชำระหนี้ให้ตรงตามเวลา โดยในช่วงแรกมีเพียงแดนเท่านั้นที่ทำงานแต่เพียงผู้เดียว โดยแดนต้องทำงานล่วงเวลาเป็นคนขับรถขนของเพื่อที่จะมีรายได้เป็น 2,600 เหรียญสหรัฐ/เดือน จาก 2,000 เหรียญสหรัฐ/เดือน
“ฉันรักงานประดิษฐ์ ดังนั้นวันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งเห็นฉันเย็บเสื้อผ้าอยู่ในบ้าน และขอให้ฉันช่วยเย็บบางอย่างให้เป็นของขวัญวันเกิด ฉันจึงทำของให้เธอและก็ทำของให้เพื่อนอีกคนและอีกคน จนเพื่อนบอกกับฉันว่า ‘นี่ เธอน่าจะทำของลงเอตซีนะ’” แนนซี กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านเบิร์ดแอนด์แบกซ์บนเอตซี
หลังจากนั้นแนนซีก็เริ่มต้นธุรกิจทำกระเป๋าแฮนด์เมดขึ้นโดยอาศัยอีคอมเมิร์ซอย่างเอตซีเป็นส่วนช่วย โดยให้สัญญากับตัวเองว่า จะใช้รายได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในการชำระเงิน และอีกครึ่งหนึ่งในการต่อยอดธุรกิจ
ในช่วงแรกเบิร์ดแอนด์แบกซ์มีรายได้ราว 100 เหรียญสหรัฐ/เดือน ก่อนที่รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 เหรียญสหรัฐ/เดือน ซึ่งหมายความว่า ครอบครัวเนเมธมีเงินไปชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1,000 เหรียญสหรัฐ/เดือน โดยแนนซีต้องทำงานราว 10 ชั่วโมง/วัน และ 6 วัน/สัปดาห์
“ฉันเคยพูดเอาไว้เสมอให้ทำสิ่งที่คุณรัก และถ้าคุณพบหนทาง ก็จะทำให้ความฝันกลายเป็นจริง” แนนซี กล่าว
ปัจจุบันครอบครัวเนเมธเหลือหนี้ที่ต้องปลดอีก 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ และยังต้องผ่อนรถอีกราว 8,000 เหรียญสหรัฐ โดยครอบครัวเนเมธตั้งเป้าหมายว่า จะชำระหนี้ที่เหลือให้ได้ภายใน 1 ปี ซึ่งในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แนนซีมีรายได้จากการขายสินค้าโฮมเมดผ่านเอตซีถึง 3,500 เหรียญสหรัฐ
“เมื่อนั้นเงินที่เหลือก็จะกลายเป็นเงินเก็บและทำให้ฝันที่จะท่องเที่ยวไปยุโรปด้วยกันเป็นความจริง” แนนซี กล่าว
ไม่เพียงแต่การหารายได้เสริมผ่านธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว ครอบครัวเนเมธจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง และใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น โดยเมื่อต้องไปซื้อเสบียงอาหาร ทั้งคู่ก็จะไม่ใช้จ่ายเกินวงเงินที่ตัวเองกำหนดไว้ รวมถึงความสวีทของชีวิตคู่เองก็ต้องประหยัดเอาไว้ด้วย เช่น การรับประทานอาหารก่อนออกไปชมภาพยนตร์ ซึ่งจะช่วยให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้านได้
แม้การเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งคู่จะไม่สวยหรูและเต็มไปด้วยหนี้สินที่รอการชำระ ซึ่งหลายคนอาจจะหันหลังให้กับปริมาณหนี้ที่กลายเป็นภาระนั้น อย่างไรก็ตามแนนซี กลับไม่คิดเช่นนั้น
“ฉันคิดว่า ฉันภูมิใจสำหรับจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากด้วยกัน แต่ก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยในคราวเดียวกัน” แนนซี กล่าว “คุณอาจจะแต่งงานเมื่อทุกสิ่งเพียบพร้อม แต่สำหรับเรานั้นตรงกันข้าม บางทีหนี้อาจเป็นสิ่งที่ดี บางทีการได้ใช้เวลาที่ย่ำแย่ด้วยกันตั้งแต่ต้นจะช่วยเพิ่มความเป็นจริงให้เข้มแข็งและผูกพันอนาคตของเราไว้”







