posttoday
เจริญลั่นลุยเกษตรชนซีพี

เจริญลั่นลุยเกษตรชนซีพี

13 กรกฎาคม 2553

ชูวิชันเป็นเสาหลักเกษตรไทย ต่อยอดน้ำเมาบนที่ดิน2แสนไร่

โพสต์ทูเดย์ — เจ้าพ่อน้ำเมา “เจริญ” ลุยธุรกิจเกษตรชนซีพี ด้วยวิชัน “เสาหลักวงการเกษตรไทย” พัฒนาส่าเหล้าเป็นธุรกิจปุ๋ย ส่งตรามงกุฎเจาะตลาดรวมปุ๋ย4หมื่นล้านบาท

นายวุฒิพงษ์ หวังสันติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร เฟอร์ติไลเซอร์ ผู้ผลิตและทำตลาดปุ๋ยตรามงกุฎ เครือพรรณธิอร กลุ่มธุรกิจการเกษตรในเครือทีซีซีของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เปิดเผยว่า นายเจริญในฐานะประธานเครือทีซีซี กรุ๊ป ประกาศวิสัยทัศน์ธุรกิจเกษตรภายใต้ปรัชญา “เสาหลักวงการเกษตรไทย” เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินเปล่า (แลนด์แบงก์) ทั่วประเทศกว่า 2 แสนไร่ แบ่งเป็น 5 หมื่นไร่ พัฒนาเป็นแปลงเกษตรสมัยใหม่ อาทิ ไร่อ้อย สวนปาล์ม และสวนส้ม ซึ่งใช้ปุ๋ยเคมีมีมาตรฐาน

ทั้งนี้ ในปี 2552 บริษัทได้เริ่มทำตลาดจริงจัง พร้อมก่อตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยปั้นเม็ดหรือปุ๋ยเคมี “ตรามงกุฎ” พื้นที่ 150 ไร่ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังผลิตปุ๋ย 2.5 แสนตันต่อปี สามารถขยายกำลังผลิตได้ 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งปีนี้บริษัทได้ลดยอดการผลิตลงอยู่ที่ 1.3 แสนตันต่อปี จากเดิมวางไว้ที่ 1.5 แสนตันต่อปี เป็นผลจากภาวะภัยแล้งช่วงที่ผ่านมากระทบพื้นที่เกษตร ทำให้เกษตรกรต้องการปุ๋ยลดลงเช่นกัน ซึ่งแผนเดิมหากบริษัทผลิตปุ๋ยเพิ่มเป็น 2.5 แสนตันต่อปี ในปี 2554 บริษัทเตรียมลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานแห่งที่ 2 ในพื้นที่เดียวกันต้นปี 2555

สำหรับการรุกธุรกิจปุ๋ยตรามงกุฎของบริษัท เพื่อเพิ่มมาตรฐานสินค้าปุ๋ยของไทยและป้อนไปสู่ภาคเกษตรกรไทยให้พัฒนาผลผลิตทางเกษตรที่มีคุณภาพ บริษัทยังได้ต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรที่มีอยู่ เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากกากน้ำตาล (โมลาส) หรือส่าเหล้า ที่จะมาจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในโรงงานสุรากลั่นของบริษัทในเครือทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ รวมถึงนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้ร่วมกับแปลงเกษตรของบริษัท เช่น เทคโนโลยีน้ำหยด เพื่อเพิ่มผลผลิตมวลรวมภายในประเทศและใช้เป็นโครงการต้นแบบให้เกษตรไทย

ขณะที่ราคาปุ๋ย มีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อยปัจจุบัน หลังจากต้นปีที่ผ่านมาราคาปรับตัวต่ำสุดไปแล้ว คาดปุ๋ยสิ้นปีราคา 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน เป็นผลจากความต้องการในตลาดของกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตสินค้าทางการเกษตรลดลง และคาดว่าราคาปุ๋ยจะไม่ปรับเพิ่มมากไปกว่านี้ จากวัตถุดิบแม่ปุ๋ย หรือ ยูเรีย ในปัจจุบันราคาอยู่ที่ 290 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเมื่อต้นปีอยู่ที่ 340 เหรียญสหรัญต่อตัน คาดสิ้นปีจะอยู่ที่ระดับ 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนภาพรวมตลาดปุ๋ยในปีนี้มีอัตราเติบโตติดลบ ตามภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศติดลบ2.7%

นายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า ตลาดรวมปุ๋ยทุกประเภทคาดมีมูลค่ารวม 3.54 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มเจียไต๋มีส่วนแบ่งอันดับแรก 25% รองลงมาเป็นกลุ่มไทยเซ็นทรัล เคมี 20% ส่วนบริษัทตั้งเป้าสิ้นปีมีส่วนแบ่ง 8% หรือขาย 700 ล้านบาท โตขึ้น 5 เท่าหรือมียอดขายอยู่ที่ 3,800 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 500% หรืออยู่ที่ 700 ล้านบาท โดยช่วง3เดือนแรกของปี53 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเติบโตกว่า 1.5เท่าเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และสิ้นสุดเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้กว่า 1,600 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน