
4 ยักษ์สื่อสารตบเท้า ประมูลคลื่น 1800 MHz
เป็นไปตามคาดสำหรับการเปิดให้รับเอกสารประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เป็นวันแรก
โดย...วิทยา ปะระมะ
เป็นไปตามคาดสำหรับการเปิดให้รับเอกสารประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เป็นวันแรก เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 ค่ายหลัก ทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ตบเท้ามาขอรับเอกสารประมูลกันอย่างพร้อมหน้า
แต่ที่เซอร์ไพรส์กลายเป็นน้องใหม่แต่หน้าเก่าอย่างกลุ่มจัสมิน เข้ามาท้าชิงเป็นรายที่ 4 อีกด้วย
บรรยากาศตั้งแต่เช้ามีผู้มารับเอกสารประมูลทั้งสิ้น 5 บริษัท ประกอบด้วย 1.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเอไอเอส 2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต 3.บริษัท ดีแทค บรอด แบนด์ ทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทลูกของดีแทค สะท้อนว่ายักษ์ใหญ่กลุ่มเทเลนอร์เอาจริง
4.บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น บริษัทลูกของกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น และ 5.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ในเครือจัสมิน ที่คณะกรรมการบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่งมีมติให้สัตยาบันจัดตั้งมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2558 นี่เอง เรียกว่าตั้งปุ๊บเข้าประมูลปั๊บ
กระบวนการขั้นต่อไป คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดให้มีการประชุมชี้แจงและให้คำปรึกษาการกรอกแบบคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 11-12 ก.ย. เพื่อเปิดให้ยื่นซองราคาในวันที่ 30 ก.ย. หลังจากนั้นจะพิจารณาคุณสมบัติและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลในวันที่ 21 ต.ค. 2558 จากนั้นจึงจัดประมูลในวันที่ 11 พ.ย. 2558
อย่างไรก็ตาม การมาขอรับเอกสารประมูลเป็นเพียงการแสดงความสนใจเท่านั้น ของจริงต้องรอดูอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่ง กสทช.กำหนดให้เป็นวันยื่นซอง ว่าจะมีเอกชนเข้ายื่นประมูลจริง กี่ราย เพราะในส่วนของดีแทคแม้จะขอรับเอกสารไปถึง 2 บริษัท แต่ไม่ได้หมายความว่าจะส่งทั้งสองบริษัทเข้าประมูล
วันทนี ตันตสุรฤกษ์ ผู้จัดการอาวุโสสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ดีแทค บอกว่า ต้องรอการตัดสินใจอีกครั้งว่าจะส่งบริษัทไหนมาประมูล
อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มที่เกิดขึ้นว่าไม่น่าจะมีผู้ยื่นซองต่ำกว่า 4 ราย เพราะในส่วนของจัสมินเองก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะเข้าประมูลไม่น้อยกว่า 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่
วสุ ประสานเนตร กรรมการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ กล่าวว่า กลุ่มจัสมินพร้อมเข้าประมูล แต่ก็ถือเป็นหน้าใหม่ ดังนั้นต้องทำการบ้านให้มากกว่าผู้ให้บริการรายเดิม ส่วนงบสำหรับประมูลได้เตรียมเอาไว้แล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด
“นอกจากคลื่น 1800 MHz แล้ว เรายังสนใจเข้าประมูลคลื่น 900 MHz อีกด้วย” วสุ ผู้บริหารค่ายจัสมิน ยืนยัน
ทั้งนี้ หากเอกชนทั้ง 4 รายนี้ยื่นซองประมูลและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อย จะทำให้มีผู้เข้าประมูลมากกว่าจำนวนใบอนุญาต จึงเข้าเงื่อนไขที่กำหนดว่า กรณีมีผู้เข้าประมูลมากกว่า
ใบอนุญาต ราคาเริ่มต้นประมูลจะอยู่ที่ 80% ของมูลค่าคลื่นความถี่ หรือคิดเป็นเงิน 15,912 ล้านบาท ไม่ต้องถีบตัวไปถึง 19,890 ล้านบาท แต่การเคาะราคาแต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 5% หรือ 796 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การมีผู้เข้าประมูลไม่ต่ำกว่า 4 ราย จากจำนวนใบอนุญาต 2 ใบ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะต้องมองรวมกับคลื่น 900 MHz ซึ่งจะจัดสรรใบอนุญาตอีก 2 ใบ หากผู้สนใจประมูลคลื่น 900 MHz ยังเป็น 4 กลุ่มเดิม โดยไม่มีกลุ่มทุนอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีก เท่ากับว่ามีทุน 4 กลุ่มร่วมประมูลใบอนุญาต 4 ใบ
ปัจจัยที่ชี้ว่าจะมีการแข่งขันราคาในแต่ละย่านความถี่สูงแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของแต่ละบริษัท ว่าย่านความถี่ไหนจะเหมาะสมกับแผนการใช้งานคลื่นของตัวเองมากกว่ากัน
ทั้งนี้ หากพิจารณาบริบทของแต่ละบริษัท อย่างน้อยที่สุดควรประมูลให้ได้อย่างน้อย 1 ใบ ในส่วนของเอไอเอสกำลังจะหมดสัมปทานคลื่น 900 MHz ในเดือน ก.ย.นี้ หลังจากนั้นจะมี 2100 MHz เหลืออยู่ในมือคลื่นเดียว การประมูลเพื่อให้ได้สิทธิใช้งานความถี่ 900 MHz จึงเป็นสิ่งที่เอไอเอสต้องทำให้ได้
ขณะที่ดีแทคและทรู แม้จะมีอายุสัมปทานเหลืออีกหลายปี แต่จะรอให้หมดสัมปทานแล้วค่อยประมูลให้ชนะก็ใช่ที่ เพราะอย่างน้อยก็ต้องเอาให้ได้สัก 1 คลื่น เพื่อให้มีหลักประกันว่าจะมีความถี่ไว้ใช้งานในอนาคต และเพื่อเพิ่ม Capacity การให้บริการลูกค้า
ขณะที่กลุ่มจัสมินซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ในตลาดบรอดแบนด์ ก็สามารถนำความถี่ที่ประมูลได้ไปต่อยอดเป็นอินเทอร์เน็ตไร้สาย เพิ่มพื้นที่ครอบคลุมการให้บริการมากขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจด้วยว่า หากต้องลงทุนตั้งเสาเอง จะลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน จุดคุ้มทุนจะอยู่ตรงไหน
ตลาด 4จี ที่จะเป็นบริการสื่อสารจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนแค่ไหน ชวนติดตามไม่น้อย







