
หนุนใช้‘บาท-ริงกิต’ค้าตรง
ธปท.จับมือแบงก์ชาติมาเลเซีย ใช้บาท-ริงกิตทำการค้าและลงทุนโดยตรง ลดต้นทุนความเสี่ยง
ธปท.จับมือแบงก์ชาติมาเลเซีย ใช้บาท-ริงกิตทำการค้าและลงทุนโดยตรง ลดต้นทุนความเสี่ยง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่น ในการชำระธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ กับนางเซติ อัคตาร์ อาซิส ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าเงินทั่วโลกที่ผันผวนหนัก จากปัจจัยธนาคารกลางจีนลดค่าเงินหยวน และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้
ทั้งนี้ การจัดตั้งกลไกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างมาเลเซียและไทย โดยการลงนามในเอ็มโอยูฉบับนี้ สะท้อนความตั้งใจใช้สกุลเงินท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ ชำระธุรกรรมการค้าและการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากการใช้เงินสกุลที่สาม อาทิ เงินเหรียญสหรัฐที่กำลังผันผวน จึงทำให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนในการทำธุรกรรมได้ด้วย
นางเซติ กล่าวว่า การจัดตั้งกลไกดังกล่าวจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินในอาเซียนที่แน่นแฟ้นขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ รวมทั้งสนับสนุนความเชื่อมโยงและพัฒนาทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะต่อไป
ด้าน นายประสาร กล่าวว่า ความร่วมมือในระดับทวิภาคีนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความตั้งใจร่วมกันในการสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในประชาคมอาเซียน และจะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาค
ทั้งนี้ มาเลเซียนับเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่สุดอันดับ 4 ของไทย โดยไทยส่งออกสินค้าและบริการไปมากที่สุดอันดับ 5 สัดส่วน 4.9% และไทยนำเข้ามากที่สุดอันดับ 4 สัดส่วน 5.9% ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี 2558 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปแล้วประมาณ 7.74% ขณะที่เงินริงกิตอ่อนค่าลงถึง 17.77%
ก่อนหน้านี้ ธปท.ก็ได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระธุรกรรมการค้าและการลงทุนโดยตรงระหว่างทั้งสองประเทศมาแล้ว ผ่านการสวอปเงินหยวนและเงินบาท ในวงเงินราว 3.7 แสนล้านบาท เมื่อช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา







