
5 สิ่งต้องทำก่อนกู้เงินธนาคาร สำหรับ SMEs
ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจขนาดกลาง และเล็ก หรือ SMEs ที่เปิดตัวธุรกิจไปแล้ว และธุรกิจกำลังเป็นไปได้อย่างดี แต่กลับมาสะดุดด้วยภัยธรรมชาติ ภัยที่ไม่คาดคิดต่างๆ
ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจขนาดกลาง และเล็ก หรือ SMEs ที่เปิดตัวธุรกิจไปแล้ว และธุรกิจกำลังเป็นไปได้อย่างดี แต่กลับมาสะดุดด้วยภัยธรรมชาติ ภัยที่ไม่คาดคิดต่างๆ นานาที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยากจะอยู่ให้รอดตลอดไป นอกจากจะต้องมีผู้บริหารที่มีฝีมือแล้ว ยังต้องมีช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อีกด้วย ดังนั้น การติดต่อขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน และธนาคารก็เป็นอีกทางเลือกที่ธุรกิจทุกขนาดต่างก็ต้องใช้บริการกันนะครับ
แต่ธนาคารก็ใช่ว่าจะยอมให้ใครมากู้เงินก็ได้ จริงมั้ยครับ ผู้ประกอบการ SME จะต้องแสดงความสามารถที่จะนำเงินมาใช้คืนธนาคารได้ตามเงื่อนไขธนาคารกำหนด ดังนั้น ก่อนที่เราจะเดินดุ่มๆ เข้าไปขอสินเชื่อ เราควรจะต้องเตรียมความพร้อมเสียก่อน เพื่อที่จะเป็นการแสดงให้ธนาคารเห็นความตั้งใจ ความเป็นมืออาชีพในการทำธุรกิจ และความสามารถในการนำเงินมาใช้คืน ต่อยอดธุรกิจต่อไปได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพนั่นเองครับ
เรามาดูกันดีกว่าว่า การกู้เงิน หรือขอสินเชื่อธนาคาร ผู้ประกอบการ SME ควรทำอะไร ยังไงบ้าง?
1. หาข้อมูลด้านการตลาด
แม้ว่าเราจะทำธุรกิจมาได้สักพัก และประสบความสำเร็จมาตลอด เมื่อเผชิญภาวะวิกฤต เราควรจะต้องทำการหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อนำข้อมูลสำคัญทางการตลาด วิชาการ การเงินมาพิจารณาความเหมาะสมของธุรกิจที่ทำอยู่
2. การขอสินเชื่อ
การขอสินเชื่อกับทางธนาคาร จะต้องให้มั่นใจว่าแผนธุรกิจของเราชัดเจน ผู้ประกอบการจะต้องสามารถอธิบายรายละเอียดของธุรกิจให้เจ้าหน้าที่ธนาคารเข้าใจได้ มีความชัดเจนในตัว
3. จัดทำแผนการใช้เงินกู้
ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำรายละเอียดแผนการใช้เงินกู้ธนาคารในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะต้องครอบคลุมรายละเอียด ว่าเรากู้เงินจำนวนนี้ไปเพื่ออะไร จะเอาไปใช้กับอะไรบ้าง เตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบพร้อมด้วยนะครับ
เอกสารจำเป็น
- สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน พร้อมสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด (ไม่เกิน 6 เดือน)
- สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้ในบริษัท ทั้งในนามส่วนบุคคล ล่าสุดย้อนหลัง 6 เดือน (พร้อมปกหน้าที่แสดงชื่อผู้กู้ และผู้ร่วมกู้ ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ (ลงนามรับรอง พร้อมตราประทับนิติบุคคล)
- สำเนางบการเงินปีล่าสุด และย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี
- สำเนาแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี
- สำเนาเอกสารสิทธิในทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกันการกู้ยืม
- แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ
- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
- สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- หลักฐานประจำตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วม
- แผนธุรกิจ
4. ขอยืดเวลาชำระคืน
ระหว่างการขอสินเชื่อ ผู้ประกอบการควรขอชะลอ หรือยืดเวลาการชำระเงินจากพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ก่อน หรือขอให้คู่ค้าส่งลูกค้ามาให้ โดยจะต้องคิดแผนการตลาด แผนการจัดโปรโมชั่นมาเสริม
5. วางแผนอย่างเป็นระบบระเบียบ
ผู้ประกอบการจะต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบระเบียบ การวางแผนกระแสเงินสด เงินหมุนเวียน ระบบการชำระเงิน ระบบการเงิน รายได้ รายจ่าย ประวัติทางการเงินมีความสำคัญอย่างมาก เพราะธนาคาร และสถาบันการเงิน เป็นสมาชิกของ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ผู้ประกอบการจะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้กับทางธนาคารอย่างไม่ติดขัด และไม่มีประวัติเสียด้านการชำระคืนเงินกู้นั่นเอง
การทำธุรกิจอาจจะไม่ใช่เรื่องยากเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากปัจจุบันนี้เรามีทางเลือกเพิ่มขึ้นมากมาย มีช่องทางออนไลน์ที่สามารถนำมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ทางธุรกิจได้ แต่เรื่องพื้นฐานเช่นรายละเอียดเกี่ยวกับการเงิน การธนาคาร การบริหารกระแสเงินสดภายในบริษัทนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การทำการตลาดเพื่อหาลูกค้านะครับ
การกู้เงิน ขอสินเชื่อก็เป็นหนทางที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจ บางครั้งเราไม่ได้มีเงินเย็นที่สามารถนำมาใช้ได้ การวางแผนการทำงาน วางแผนธุรกิจ และวางแผนการเงินย่อมเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันครับ
อย่าลืมติดตามสาระความรู้ และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยรถยนต์ ได้ที่ MoneyGuru.co.th







