
ไทยแลนด์ นัมเบอร์วัน ผงาดเมืองผู้ดี
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
อาหารไทย ถือเป็นอาหารที่ติดอันดับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยเปิดในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 2 หมื่นร้านค้าและมีแนวโน้มเติบโตทุกปี โดยเฉพาะประเทศอังกฤษมีร้านอาหารไทยเปิดมากกว่า 2,000 ร้านค้า และหนึ่งในนั้น คือ ไทยแลนด์ นัมเบอร์วัน
“บุญรักษ์ รอดปัญญา” ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยแลนด์ นัมเบอร์วัน (www.thailandnumber1.co.uk) เปิดเผยว่า ได้เปิดร้านอาหารไทยชื่อร้าน ไทยแลนด์ นัมเบอร์วัน (Thailand Number 1) ในประเทศอังกฤษมานานกว่า 12 ปีแล้ว โดยปิดจำนวน 3 ร้านค้า เมืองแรก ได้แก่ เมืองลินคอล์น (Lincoln) สาขาสอง เมืองมาทล็อค (Matlock) และสาขาสาม เมืองนอตติงแฮม (Nottingham) ภายใต้แนวคิด เป็นร้านอาหารไทย ที่ใช้เชฟคนไทยและมีเมนูอาหารไทยแท้
การเลือกเปิดร้านอาหารที่ประเทศอังกฤษมาจากการที่ได้ไปทำงานเป็นผู้จัดการร้านอาหารไทยที่ประเทศอังกฤษ เป็นระเวลา 3 ปี ทำให้ตัดสินใจเลือกเปิดร้านอาหารไทย โดยได้เดินทางไปดูเมืองต่างๆ ทั่วประเทศอังกฤษ และตัดสินใจเลือกเปิดร้านสาขาแรกที่เมืองลินคอล์น ที่อยู่ห่างจากเมืองลอนดอน หากขับรถประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเมืองที่ไม่มีร้านอาหารไทยเปิดให้บริการมาก่อน จึงตัดสินใจที่เมืองนี้
อีกทั้งร้านอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญ คือ โบสถ์ลินคอล์น ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศอังกฤษ และในเมืองนี้ก็มีประชากรกว่า 1 แสนคน ซึ่งกฎหมายในเมืองนี้ได้กำหนดให้สามารถเปิดร้านอาหารได้จำนวน 10 ร้านในพื้นที่ดังกล่าว และบริษัทก็เข้าไปเช่าร้านต่อจากร้านอาหารที่มีอยู่
“กลยุทธ์ในการทำร้านอาหารไทย เราเน้นขายอาหารและวัฒนธรรมของประเทศไทย แนะนำให้ต่างชาติได้รู้จักกับวัฒนธรรมของประเทศไทย และให้รสชาติที่คงความเป็นไทย เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่า หากมารับประทานที่ร้านจะให้ความรู้สึกที่เหมือนกับรับประทานอาหารที่ประเทศไทย แต่จะปรับรสชาติตามที่ลูกค้าต้องการ”
บุญรักษ์ กล่าวว่า ความท้าทายของการเปิดร้านอาหารที่ประเทศอังกฤษ คือ ต้องศึกษากฎหมายให้รอบคอบ กฎหมายการลงทุน และศึกษาตลาด พื้นที่ใดสามารถเปิดร้านอาหารได้จำนวนกี่ร้าน และการกำหนดสี ที่เมืองแต่ละเมืองจะให้ใช้สีของร้านตามที่กำหนด โดยการเปิดร้านอาหารที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มได้นั้น เจ้าของร้านจะต้องไปสอบใบอนุญาต (ไลเซนส์) ให้ได้ รวมทั้งจะต้องรู้กฎระเบียบการจำหน่ายเครื่องดื่มตามเวลาที่กำหนด
รวมทั้งต้องกำหนดมาตรฐานของอาหารให้ถูกต้อง คือ จะตรวจสอบมาตรฐานของอาหารว่าควรอยู่ในอูณหภูมิเท่าใดจึงจะเหมาะสม รวมถึงอาหารที่เป็นประเภทอาหารเย็นหรือเครื่องดื่ม ควรอยู่ในอุณหภูมิเท่าใด ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานอาหาร
แต่ความยากที่สุดของการทำธุรกิจร้านอาหาร คือ บุคลากร ที่ต้องใช้เชฟคนไทยและเป็นเชฟที่สามารถปรุงอาหารให้ได้ตามที่ร้านต้องการ และพนักงานเสิร์ฟในร้านก็สามารถเลือกได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่ต้องมีระบบและการบริหารดูแลพนักงานที่ดี โดยการเปิดร้านอาหารจำนวน 3 ร้าน ก็ต้องวางระบบดูแลพนักงาน และมีการแต่งตั้งผู้จัดการแต่ละสาขาขึ้นมาดูแลร้าน เพื่อทำให้ทุกอย่างมีมาตรฐานมากที่สุด โดยมีพนักงานรวม 30 คน
อีกสิ่งต่อมาคือ กฎหมายของอังกฤษ ที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้อย่างเสรี แต่ทุกอย่างต้องดำเนินธุรกิจผ่านทนาย ที่ต้องเลือกทนายชาวอังกฤษที่ไว้ใจได้ สามารถดูแลจัดการกฎระเบียบและสัญญาต่างๆ ได้ เช่น การโอนเงินต้องโอนผ่านทนาย และทนายจะโอนต่ออีกที รวมทั้งเจ้าหน้าที่บัญชี ที่ต้องเป็นชาวอังกฤษเท่านั้น ที่ช่วยดูแลเรื่องภาษีต่างๆ ดังนั้น การเลือกทั้งทนายและเจ้าหน้าที่บัญชีจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
สำหรับเมนูยอดนิยมที่ลูกค้าชาวอังกฤษชื่นชอบ จะเป็นทั้งเป็ดหรือปลาราดซอสมะขาม แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน เป็นต้น และร้านก็ยังมีการปรับเมนูใหม่ๆ ให้เหมาะกับความนิยม เช่น ข้าวผัดแกงเขียวหวาน ให้ลูกค้าได้ทดลองชิม โดยลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารไทยจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และราคาเฉลี่ยของลูกค้าที่มารับประทานอาหารจะอยู่ที่ 20-25 ปอนด์ หรือมากกว่า 1,000 บาท/ครั้ง
“การเปิดร้านอาหารไทยเป็นเรื่องยาก ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาทั้งต้นทุนค่าเช่า วัตถุดิบนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่สิ่งที่จะทำให้ร้านประสบความสำเร็จได้ คือการทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจทุกครั้งที่เข้ามารับประทานอาหารในร้าน และดูแลคุณภาพร้านอาหารให้ดีที่สุด” บุญรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย
นี่คืออีกหนึ่งธุรกิจที่กล้าออกไปบุกตลาดโลก จนประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างประเทศอังกฤษ แต่ร้านอาหารไทยก็มีศักยภาพที่จะเติบโตได้







