
จับตาหุ้นร่วงอีก50จุดถึงจุดบังคับขาย
โดย...ทีมข่าวหุ้น-ตลาดทุนโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวหุ้น-ตลาดทุนโพสต์ทูเดย์
หุ้นไทยหลุดทุกแนวรับแนะถือเงินรอ อนุพันธ์เจ็บหนักเจอฟอร์ซเซลแล้วไทยออยล์ยิ้มได้ดีน้ำมันร่วง
ตลาดหุ้นไทยร่วงลงแรงใกล้หลุด 1,300 จุด ไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก แต่ดีกว่าหลายตลาด เช่น จีนทรุดหนัก 8.75% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,301.06 จุด ลดลง 64.55 จุด หรือ 4.73% นับว่าดัชนีหุ้นลงต่ำสุดในรอบ 1 ปี 6 เดือน นับจากวันที่ 11 ก.พ. 2557 โดยต่างชาติขายออกมา 4,775 ล้านบาท นำโดยหุ้นพลังงานหลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้ายังไหลจู๊ดไม่หยุดและธนาคารพาณิชย์ที่ถูกกดดันเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศออกมาแย่กว่าคาด รวมถึงหุ้นเก็งกำไรที่ราคาวิ่งไปไกลกว่าพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม โดยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยนับว่าราคาลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก เช่น สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เหลือ 17.05 เท่า อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 3.35%
พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า หุ้นไทยดิ่งตามตลาดหุ้นทั่วโลกที่ลดลงอย่างรุนแรง เช่น เซี่ยงไฮ้ลงกว่า 8.5% ฟิลิปปินส์ลงกว่า 6.7% ส่วนหุ้นไทยลดลงหลุดทุกแนวรับที่ประเมินไว้คือหลุดแนวรับ 1,350 จุด หลุดแนวรับ 1,320 จุด และปิดที่ 1,305 จุด ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดของวันและทำสถิติต่ำสุดนับแต่ปลายเดือน ก.พ. 2557 หรือ 1 ปี 6 เดือนและยังมีแนวโน้มปรับฐานลงได้อีก
“ขอให้นักลงทุนใจเย็นและรอจังหวะเพราะยังมีเวลาในการเลือกซื้อหุ้นเพื่อลงทุน โดยเฉพาะหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่เกินระดับ 5-6% ส่วนหุ้นพลังงาน ปิโตรเคมียังต้องรอเพราะเสี่ยงสูงมากที่จะถูกลดกำไรและยังจะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน” พิชัย กล่าว
ทั้งนี้ หากดัชนีลงอีกประมาณ 50 จุด ก็อาจจะเห็นการบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) การเรียกเงินวางหลักทรัพย์สินเชื่อซื้อหลักทรัพย์ (คอลมาร์จิ้น) เกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันที่ 24 ส.ค. ยังไม่เห็นการบังคับขาย ส่วนการขายของต่างชาติไม่ได้ขายแบบไร้สติแต่เป็นการตั้งใจขายเพื่อล็อกกำไรจากหุ้นและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยตกแรงเหมือนภูมิภาคเกิดจากแรงเทขายของนักลงทุนที่เกิดความตระหนกหรือแพนิคเซล จากความกังวลปัญหาเศรษฐกิจของจีนและการตื่นตระหนกมีความเสี่ยงจะกดดันให้ดัชนีลงไปแรงได้ต่อเนื่อง
“แรงขายจาก Panic Sale ยากที่จะประเมินจุดต่ำสุด จนกว่าจีนจะออกมาตรการที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเชื่อมั่น ส่วนตลาดหุ้นไทยโดน 2 เด้งเพราะมีเรื่องราคาน้ำมันที่ลงกดดันทั้งหุ้น บริษัท ปตท. (PTT) กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) คาดว่าทั้งปีนี้ต่างชาติจะมีขายสุทธิในหุ้นไทย” ปริญญ์ กล่าว
สำหรับคำแนะนำในขณะนี้ให้เลือกซื้อหุ้นรายตัวที่ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นของรัฐบาลคือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กับ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) กลุ่มสื่อสาร คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่กำไรจะเติบโตมากที่สุดในกลุ่ม รวมถึงหุ้นส่งออกบางตัวที่จะได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่าและหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่พื้นฐานดีกำไรมีโอกาสเติบโต รวมถึงจ่ายเงินปันผลดีและราคาปัจจุบันยังต่ำเมื่อเทียบปัจจัยพื้นฐานคือ บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR)
กิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นทั่วโลกเกิดแรงขายจากการตื่นตระหนก ปัจจัยใหญ่มาจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจของจีนทำให้หุ้นยังเป็นแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม จะมีหุ้นบางกลุ่มบ้างที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสื่อสารกลุ่มรับเหมา นักลงทุนระยะสั้นพอเก็งกำไรได้บางตัวแต่ควรกันเงินสดไว้เป็น 1 ใน 3 ของพอร์ต ที่สำคัญควรมีจุดขายตัดขาดทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงไว้ทุกรอบ ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังไม่ใช่จังหวะการเข้าสะสม นอกจากนั้น ยังต้องติดตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่จะกดดันให้ต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขาย ให้แนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,310 จุด
สำหรับการลงทุนด้านอนุพันธ์ สุนทรี เกียรติพงษ์ถาวร รองกรรมการผู้จัดการ บล.เคทีซี มิโก้ กล่าวว่า นักวิเคราะห์ของ บล.เคที ซีมิโก้ ได้แนะนำให้ลูกค้าเปิดสถานะขายล่วงหน้า (ชอร์ต) ใน SET50 ฟิวเจอร์ส มาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว เพราะเห็นแนวโน้มดัชนีได้เปลี่ยนทิศทางมาเป็นขาลง นอกจากนี้ยังแนะนำให้เปิดชอร์ตในฟิวเจอร์สอ้างอิงในหุ้นบางตัว แต่แนะนำให้ซื้อล่วงหน้า (ลอง) ในโกลด์ ฟิวเจอร์ส และดอลลาร์ ฟิวเจอร์ส
“ดัชนีหุ้นลงแรงถึง 64 จุด และในดัชนี SET50 ฟิวเจอร์ส ลดลงกว่า 40 จุด ดังนั้น ผู้ลงทุนที่เปิดสถานะซื้อล่วงหน้า (ลอง) ใน SET50 ฟิวเจอร์สไว้และยังไม่ปิดสถานะ ระหว่างวันจะถูกฟอร์ซเซลและ
คอลมาร์จิ้น ช่วงนี้นักลงทุนไม่ควรขัดกับแนวโน้ม” สุนทรี กล่าว
บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปัจจัยพื้นฐานไม่ได้แย่มากนักและยังรอความหวังจากโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“บลจ.ธนชาต ยังไม่ได้เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่ม รอให้สถานการณ์นิ่งก่อน ที่ผ่านมาได้ปรับพอร์ตมาบ้างแล้วโดยถือเงินสดไว้ระดับหนึ่ง เพื่อเตรียมเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีและราคาปรับตัวลงมามาก ส่วนนักลงทุนยังไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อหุ้น ควรรอให้สถานการณ์นิ่งกว่านี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนที่ถืออยู่แล้วแนะนำให้ถือต่อ”
ชัชชัย สิริวิชช์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ ไทยออยล์ (TOP) กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ี่ลดลงอยู่ที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงกลั่นของบริษัท ทั้งต้นทุนลดลงและค่าการกลั่น (GRM)เ พิ่มขึ้นไม่รวมสต๊อก ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ WTI จะไม่ลงไปถึง 30 เหรียญสหรัฐ หากหลุด 40 เหรียญสหรัฐ มีโอกาสที่ราคาจะฟื้นกลับขึ้น
ภัทรลดา สง่าแสง ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส TOP กล่าวว่า ค่าการกลั่นรวม (GIM) ปีนี้เฉลี่ยจะอยู่ที่ 9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก สูงกว่าทั้งปี 2557 ที่ 6-7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







