
ขุนคลังปรับระบบชำระเงิน พุ่งเป้าขยายฐานภาษี
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คนที่ 60 ที่เพิ่งรับตำแหน่งหมาดๆ เริ่มงานวันแรกเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 ตั้งแต่เช้า ด้วยการเรียกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังเข้าพบ นับตั้งแต่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรมบัญชีกลาง และกรมธนารักษ์ โดยเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานรายงานสรุปภาพรวม ใช้เวลาหน่วยงานละ 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ อภิศักดิ์ ระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจมหภาคหลักๆ ยังคงเหมือนเดิม เพราะเป็นรัฐบาลเดิม นโยบายต่างๆ ที่มีอยู่ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป แต่นโยบายที่จะเข้ามาเพิ่ม คือ การเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะต้องยอมรับว่า งานที่รัฐบาลก่อนทำ คือ การปรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล ทำให้คนรู้สึกว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่รัฐบาลพยายามทำอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลใหม่กำลังพยายามทำ คือ เติมช่องว่างตรงนี้ให้เต็ม เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจทรุดตัวไปมากกว่านี้ โดยสิ่งที่จะเติมมี 2 ส่วน ส่วนแรก คือ เงินที่จะเติมให้กับประชาชนรากหญ้า เกษตรกรต่างๆ ผู้มีรายได้น้อย และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพในภาวะที่ยากลำบากในปัจจุบัน
ส่วนที่สองคือ เงินลงทุนภาครัฐ ที่ปัจจุบันมีโครงการขนาดใหญ่อยู่ และในช่วงต่อไปจะเร่งผลักดันโครงการเล็กๆ เพื่อให้เกิดการเบิกจ่ายที่รวดเร็ว ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทุกราย โดยเฉพาะรายเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ส่วนอื่นๆ ที่จะทำคือจะใช้หลักการเดียวกันกับนโยบายที่มีอยู่ก่อนหน้า เช่น การกระจายรายได้ การลดความเหลื่อมล้ำ การดูแลความมั่นคงของระบบการเงิน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ และยืนยันว่าจะไม่พัฒนาจนกระทั่งมีปัญหาสร้างภาระทางการคลังในอนาคต
อภิศักดิ์ ยังระบุถึงสิ่งที่อยากทำเพิ่มเติม คือ การสร้างระบบการชำระเงิน โดยเน้นการชำระเงินให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานจากหลายหน่วยงานโดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อทำให้การชำระเงินในประเทศ เปลี่ยนจากระบบเงินสดมาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะต้นทุนการพิมพ์ธนบัตรสูง
ขณะเดียวกัน รมว.คลัง ระบุว่า การสร้างระบบชำระเงินให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นผลดีต่อการจัดเก็บภาษีของกระทรวงการคลังด้วย เพราะการใช้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยขยายฐานภาษีของประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นอีกแผนงานหนึ่งที่จะทำ เพื่อปรับฐานภาษีของประเทศให้ใหญ่ขึ้น
นอกจากนี้ คือ รมว.คลัง ยังมีแนวคิดต้องการทำให้ผู้ประกอบการทั้งหมดในประเทศหันมาใช้บัญชีเดียว เพราะที่ผ่านมาจะพบว่าผู้ประกอบการมีหลายบัญชี โดยในอนาคตจะพยายามหามาตรการจูงใจให้
ผู้ประกอบการต่างๆ ใช้เพียงบัญชีเดียว แต่จะไม่ใช้วิธีการ หรือมาตรการไล่ต้อนเข้าระบบ วิธีนี้ถือเป็นพื้นฐานการมองไปข้างหน้าอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว จำเป็นต้องมีผู้ประกอบการทั้งหมดเสียภาษี เพื่อรองรับไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้
นอกจากนี้ ยังต้องดูเรื่องการปรับโครงสร้างทางภาษี เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ปัจจุบันอัตราการจัดเก็บยังสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการปรับลดอัตราลงหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะมีกระบวนการที่สร้างความสามารถในการแข่งขันได้ ส่วนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น ขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว
สำหรับร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และหลายเรื่องที่มีการเสนอค้างไว้ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ยังคงต้องเดินต่อ แต่อาจจะเดินในแนวทางใหม่ โดยต้องมีการนำเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกลับมาทบทวนใหม่ ส่วนรายละเอียดของแต่ละเรื่องจะมีการชี้แจงทีละเรื่องไป
อย่างไรก็ดี อภิศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่กำลังจะออกมา ขอให้ถือว่าเป็นมาตรการพยุงเศรษฐกิจ ไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการกระตุ้น และคงไม่อยากที่จะพูดว่า ถ้าทำมาตรการที่ว่านี้แล้ว ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะโตเกิน 3% แต่ถือว่าเป็นการประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้ลดลงไปเกินกว่าที่คาดหมายไว้ในช่วงนี้ก่อน ก็น่าจะเพียงพอ







