posttoday
Reframing ขยายมุมคิดชีวิตไม่เครียด

Reframing ขยายมุมคิดชีวิตไม่เครียด

24 สิงหาคม 2558

ในชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว คงมีหลายครั้งที่เราต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เรา รู้สึกของขึ้น ไม่พอใจ น้อยใจ เสียใจ เลยตอบสนองไปอย่างมีอารมณ์ พอเสร็จแล้วต้องมาเสียใจทีหลังในสิ่งที่ทำหรือพูดออกไป จิรโรจน์ ติกกะวี จากสลิงชอท กรุ๊ป มีเทคนิคที่จะมาช่วยให้เราสามารถสัมผัสกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในมุมที่ต่างออกไป ทำให้เราไม่ของขึ้น ไม่เครียด และสามารถจัดการสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างดีที่สุด เคยคิดไหมว่าอะไรทำให้ของขึ้น แล้วทำไมคนสองคนที่เจอเหตุการณ์อย่างเดียวกัน จึงมีปฏิกิริยาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว คงมีหลายครั้งที่เราต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เรา รู้สึกของขึ้น ไม่พอใจ น้อยใจ เสียใจ เลยตอบสนองไปอย่างมีอารมณ์ พอเสร็จแล้วต้องมาเสียใจทีหลังในสิ่งที่ทำหรือพูดออกไป จิรโรจน์ ติกกะวี จากสลิงชอท กรุ๊ป มีเทคนิคที่จะมาช่วยให้เราสามารถสัมผัสกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในมุมที่ต่างออกไป ทำให้เราไม่ของขึ้น ไม่เครียด และสามารถจัดการสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างดีที่สุด เคยคิดไหมว่าอะไรทำให้ของขึ้น แล้วทำไมคนสองคนที่เจอเหตุการณ์อย่างเดียวกัน จึงมีปฏิกิริยาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ธรรมชาติมนุษย์เราเป็นนักสร้างเรื่อง ในทุกเหตุการณ์ที่เราพบเจอ เราจะมีเรื่องราวเหตุผลในใจว่าทำไมเหตุการณ์ถึงเกิดแบบนี้ เหตุผลและเรื่องราวตรงนี้เองที่จะเป็นตัวกำหนดว่า เราจะสัมผัสหรือรู้สึกกับเหตุการณ์นั้นอย่างไร ไม่ใช่เหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงๆ ตัวอย่างเช่น ตอนเช้าเวลาคุณขับรถไปทำงาน หากคุณกำลังต่อคิวขึ้นสะพานแล้วอยู่ๆมีรถมาปาดหน้าแทรกอย่างกะทันหัน คุณจะรู้สึกโกรธเพราะสร้างเรื่องราวอย่างรวดเร็วว่า คนขับคนนี้ชอบเอาเปรียบ ถ้าคุณไม่หยุดรถอาจจะชนกันไปแล้ว คุณโมโห บีบแตรใส่ และพยายามขับรถแซงไปปาดหน้ารถคนนั้นบ้าง จนคุณได้มาจอดติดไฟแดงคู่กัน คุณจะไปด่า แต่เหลือบไปเห็นว่า อีกคันมีผู้หญิงท้องแก่นั่งอยู่ด้านหน้า คนขับรีบตะโกนกลับมาว่า ขอโทษด้วยครับ ภรรยาจะรีบไปโรงพยาบาล ความโกรธของคุณหายไป กลายเป็นความละอายใจแทน จะเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมที่เปลี่ยน ไปทำให้เรารู้สึกแตกต่างกันไปครั้งหน้าถ้ามีคนมาปาดหน้าคุณอีก ถ้าคุณคิดได้ว่า เขาอาจมีความจำเป็นเร่งด่วน คอขาดบาดตายบางอย่างคุณก็จะไม่โกรธ ขับรถต่อไปถึงที่ทำงานอย่างมีความสุข


จริงๆ แล้วเราสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้โดยสิ้นเชิง เพียงแค่คุณเปลี่ยนเรื่องราวในใจ ไม่ว่าคุณจะเจอสถานการณ์ใดๆ เช่น พนักงานต้อนรับไม่เดินมารับออร์เดอร์ ลูกน้องไม่รับฟังไม่ทำสิ่งที่เราเคยบอกไว้แล้ว แฟนไม่โทรกลับ คนงานทำความสะอาดไม่ได้ดังใจ เทคนิคที่จะมาช่วยคุณเรื่องนี้ได้ เรียกว่า Reframing หรือการเปลี่ยนกรอบมุมมอง เทคนิคง่ายๆ ขั้นแรกให้คุณนึกในใจหรือพูดออกมาก่อนว่า ความรู้สึกที่คุณกำลังสัมผัสอยู่นี้คืออะไร ความโกรธ หงุดหงิด เสียใจ น้อยใจ ลองแยกแยะว่า พฤติกรรมอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น ทบทวนดู คุณให้ความหมายมันว่าอย่างไรสุดท้ายลองคิดว่ามีเหตุผลอื่นที่ดีๆ ไหมที่ทำให้เขาทำอย่างนั้น คล้ายๆ กับตัวอย่างการขับรถ หรืออีกตัวอย่างในการทำงาน คุณมักของขึ้นเวลาสอนลูกน้องแล้วลูกน้องชอบพูดแทรกพยายามเถียงคุณ เพราะคิดว่าเขาไม่เคารพความเห็นคุณ คราวหน้าลองหยุดดูอารมณ์ตัวเองนิดหนี่ง ว่าโกรธอยู่ สิ่งที่เขาทำคือพูดแทรก มีเหตุผลอะไรอีกไหมที่เขาทำอย่างนั้น เขาอาจจะแค่รู้สึกว่าคุณยังฟังเขาไม่หมดก็ได้ หรือเขาอาจคิดว่าคุณพูดจบแล้ว ถ้าทำได้แบบนี้คุณจะใจเย็นลงและมีสติในการจัดการกับสถานการณ์ได้ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน