
กล้องวงจรปิดพลิกวิกฤต หลังบึ้มกลางกรุงยอดฉลุย
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
อัลไลด์ เทเลซิสเผยมูลค่าการเติบโตตลาดระบบกล้องวงจรปิดแบบไอพีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โตขึ้นปีละมากกว่า 20% และเชื่อว่าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นถึง 6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ไทยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 250-300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,830 ล้านบาท เชื่อว่าหลังจากนี้หากราคาเครื่องลดลง ความต้องการในสินค้ากลุ่มนี้จะสูงขึ้น
ธีรยุทธ หงษ์คณานุเคราะห์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อัลไลด์ เทเลซิส (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเกิดเหตุความวุ่นวายในไทยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งภาครัฐและเอกชน ลงทุนด้านอุปกรณ์กล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
“ในไทยนั้นความนิยมในกล้องประเภทไอพีและอะนาล็อกแบ่งเป็นอย่างละ 50% ซึ่งกลุ่มที่เลือกใช้กล้องไอพีส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรเอกชน ซึ่งอายุการใช้งานกล้องจะอยู่ที่ 4-5 ปี แต่กล้องไอพีจะมีการอัพเดทระบบต่างๆ ซึ่งภาคเอกชนต้องการความปลอดภัยสูง จึงพร้อมลงทุนมากกว่าการใช้งานภายในบ้านหรือจุดสาธารณะทั่วไป” ธีรยุทธ กล่าว
การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวกล้อง แต่ต้องคำนึงถึงจุดที่ติดตั้ง มุมมองภาพและความละเอียดของภาพ เพื่อช่วยเรื่องการลดจำนวนกล้องที่ติดซ้ำซ้อน เพราะจุดติดตั้งสำคัญมาก เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปได้ดี
“การติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้นสามารถป้องกันความปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง แต่เรื่องของซอฟต์แวร์ถือว่าสำคัญกว่า เพราะเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ หากซอฟต์แวร์ทำงานได้ดีจะรองรับการเก็บข้อมูลและส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ธีรยุทธ กล่าว
นอกจากนี้ ภาพรวมตลาดกล้องวงจรปิดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30% ต่อปี จากปัจจัยของความต้องการของสินค้ากลุ่มนี้ เทคโนโลยีรุ่นใหม่และราคาที่ลดลง หากเทียบกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ราคาสินค้ากลุ่มนี้ลดลงถึง 40% เชื่อว่าในอนาคตก็จะลดลงอีก เพราะความต้องการสินค้านั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ
ธีรยุทธ กล่าวต่อไปว่า เรื่องของเทคโนโลยีนั้นปรับเปลี่ยนไวมาก ทำให้ซอฟต์แวร์หรือระบบจัดเก็บต้องทันสมัย เพื่อให้ความสามารถในการเก็บข้อมูลโตทันกับความต้องการของตลาด ส่วนในเรื่องของตัวกล้องนั้นจะมีระยะเวลาใช้งานได้นานกว่า หากเทียบอายุการใช้งานตัวเครื่องอาจจะใช้งานได้นานถึง 5 ปี แต่ตัวซอฟต์แวร์นั้นต้องอัพเกรดอย่างน้อยทุกปี
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งตลาดเน็ตเวิร์กนั้น อัลไลด์ เทเลซิสอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 หรือท็อป 5 ทำให้บริษัทต้องเพิ่มพาร์ตเนอร์เข้ามาช่วยเสริม ในเรื่องของการขายอุปกรณ์และให้บริการลูกค้า
“เราได้นำเอากลยุทธ์อีโคซิสเต็มส์ พาร์ตเนอร์ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับนโยบายในเอเชียแปซิฟิก เพื่อนำเสนอระบบกล้องวงจรปิดแบบไอพีอย่างครบวงจรให้กับตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า คาดว่าจะช่วยให้มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นมากกว่าปีละ 20% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาทในปี 2563 ซึ่งในไทยนั้นเชื่อว่าความต้องการสินค้าในกลุ่มราชการและเอกชน โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน จะเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่องอีก 5-10 ปี” ธีรยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันครั้งนี้ ทางดิจิทัลคอมจะช่วยในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายให้ง่ายขึ้น เพราะสามารถติดตั้งและทดแทนอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและความซ้ำซ้อนของระบบกล้องวงจรปิด







