
คาดหวังการปรับครม.กระตุ้นเศรษฐกิจ
สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนกับไต้หวัน ส่งผลให้ทางการประกาศปิดการจราจรในบริเวณใกล้เคียงจนถึงเที่ยงวันที่ 18 ส.ค. ขณะที่ กทม.สั่งปิดสถานศึกษาในสังกัดเป็นเวลา 1 วัน แม้ไทยจะเผชิญกับการก่อการร้ายภาคใต้มาเป็นระยะเวลานาน แต่การก่อวินาศกรรมในระดับดังกล่าวในเมืองหลวงของประเทศไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงทันที 2% ในเช้าวันอังคาร ก่อนที่สิ้นสัปดาห์จะปรับลดลงถึง 48.31 จุด หรือ -3.42%
สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนกับไต้หวัน ส่งผลให้ทางการประกาศปิดการจราจรในบริเวณใกล้เคียงจนถึงเที่ยงวันที่ 18 ส.ค. ขณะที่ กทม.สั่งปิดสถานศึกษาในสังกัดเป็นเวลา 1 วัน แม้ไทยจะเผชิญกับการก่อการร้ายภาคใต้มาเป็นระยะเวลานาน แต่การก่อวินาศกรรมในระดับดังกล่าวในเมืองหลวงของประเทศไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงทันที 2% ในเช้าวันอังคาร ก่อนที่สิ้นสัปดาห์จะปรับลดลงถึง 48.31 จุด หรือ -3.42%
รอติดตามผลกระทบจากเหตุวินาศกรรม : ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องจักรเดียวของการเติบโตเศรษฐกิจช่วงนี้ ดังนั้นผลกระทบจากการขาดความเชื่อมั่น หรือการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงของการปรับลด GDP ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องติดตาม ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ได้ปรับลด GDP ปี 2558 เหลือ 2.7% ต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ที่ 2.8% แต่ยังคงอยู่ในช่วงคาดการณ์ที่ 2.3-3.3% ซึ่งเราเชื่อว่า GDP จะยังไม่แย่ไปกว่ากรอบด้านล่างของประมาณการ และหากไม่เกิดความรุนแรงเพิ่มเติม ผลกระทบน่าจะเป็นระยะสั้นเพียง 1-3 เดือน
คาดหวังการปรับ ครม. ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ : การปรับ ครม.ใหม่ โดยมีการเปลี่ยนทีมงานด้านเศรษฐกิจหลายตำแหน่ง นำทีมโดย รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นอกจากนี้หากพิจารณาความสัมพันธ์ของของ รมว.หลายตำแหน่ง ค่อนข้างมีความเกี่ยวพันกับทางรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมกระทรวงการคลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำให้การผลักดันยุทธ์ศาสตร์ด้านเศรษฐกิจน่าจะดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ
หากอิงผลงานในอดีตในช่วงรัฐบาลที่รับผิดชอบภาพรวมเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลทักษิณ จะเห็นการดำเนินงานผ่านทั้งยุทธศาสตร์ระยะสั้น (กระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ) และระยะยาว (ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน) ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ และคาดจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นตามมาในอนาคตอันใกล้ โดยมาตรการที่น่าจะเห็นการประกาศ ได้แก่ การพักชำระหนี้เกษตรกร การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก และการผลักดันโครงการประมูลต่างๆ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันการใช้จ่าย กลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ การบริโภคในประเทศ (ค้าปลีก) รับเหมาก่อสร้าง ธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งไอซีที จากการประมูล 4จี ที่น่าจะถูกเร่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : แม้โอกาสปรับลงต่อในระยะสั้นจะสูงขึ้น แต่เรามองการปรับลดลงจากนี้จะอยู่ในระดับที่จำกัด และจะเพิ่มโอกาสของการฟื้นตัวของ SET Index เนื่องจาก 1) ราคาหุ้นที่กลุ่มท่องเที่ยวปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปมากพอสมควร 2) ราคาหุ้นใหญ่หลายตัวเริ่มเข้าใกล้แนวรับทางปัจจัยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารและพลังงานที่หุ้นบางตัวลงมาซื้อขายใกล้ระดับต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีแล้ว จะเป็นตัวจำกัดความเสี่ยงทางลง 3) การปรับ ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ น่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ
เรามองการปรับตัวลงบริเวณ 1,340-1,360 เป็นจุดเสี่ยงซื้อที่สำคัญ เรามองนักลงทุนสามารถทยอยสะสมหุ้นปลอดภัยที่ให้ปันผลสูง และใช้จังหวะอ่อนตัวซื้อหุ้นใหญ่ในกลุ่ม สื่อสาร ธนาคาร ท่องเที่ยว และรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ ADVANC, DTAC, TRUE, KTB, BBL, TISCO, TCAP, MINT, AOT, CPN โดยหุ้นมี Top pick คือ IRPC, CPN, MINT โดยเฉพาะหาก SET ลงทดสอบใกล้ 1,350+/-







