
มิตรแท้ฟ้องคนแชร์ข่าวบัญชีดำประกันภัยมั่ว
"มิตรแท้"ฟ้องร้องผู้แชร์ข่าวลือ บัญชีดำบริษัทประกันภัย ดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งเรียกค่าเสียหาย
"มิตรแท้"ฟ้องร้องผู้แชร์ข่าวลือ บัญชีดำบริษัทประกันภัย ดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งเรียกค่าเสียหาย
นายวรพัทธ์ ปรีชาสิรโรจน์ ผู้จัดการอาวุโสและหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ บริษัทมิตรแท้ประกันภัย ในฐานะผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ฟ้องร้องผู้แชร์ข่าวลือบัญชีดำบริษัทประกันภัย กล่าวว่า จากการที่บริษัทตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายในการโจมตีเรื่องฐานะทางการเงินมาตลอดตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน ผ่านข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งมีทั้งหมด 3 เวอร์ชั่น ยุคปี 2549-2552 ข้อความอันเป็นเท็จมีบริษัททั้งหมด 7 แห่ง ถูกกล่าวหาว่ามีฐานะทางการเงินไม่ดี มีการส่งผ่านกระดาษ ต่อมาปี 2553-2556 ข้อความดังกล่าวยังคงเหมือนเดิม จำนวนบริษัทยังคงมี 7 บริษัท เพียงแต่ลบสัญลักษณ์ขึ้นย่อหน้าใหม่ และมีการจั่วหัวเป็นตัวดำ ส่งผ่านอี-เมล์
ล่าสุด ในปี 2557 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2558 และมีการเพิ่มบริษัทประกันภัยอีก 1 แห่ง รวมเป็น 8 บริษัท ข้อความส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ส่งผ่านกันทางสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค ทวิทเตอร์ ที่ทำให้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง
"บริษัทได้รับความเสียหายอย่างมาก ทำให้ตัวแทน 1.4 แสนคน และ บริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้าไม่ทำประกันภัย หากคิดเป็นมูลค่าความเสียหายจะประมาณ 1,413 ล้านบาท"นายวรพัทธ์ กล่าว
นายวรพัทธ์ กล่าวว่า ข้อความอันเป็นเท็จจะถูกส่งต่อและเผยแพร่ในช่วงปลายปีของทุกปี ซึ่งบริษัทได้ทำการออกหนังสือเตือนไปยังตัวแทนและบริษัทนายหน้า ให้ระวัง และรับมือกับข่าวลือชิ้นนี้ทุกปี รวมทั้งยังได้ขอความร่วมมือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ในการเตือนประชาชน
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือดังกล่าวยังคงอยู่ และยิ่งการแชร์ข้อมูลผ่านไลน์ ทำให้ขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ จึงต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อให้สังคมได้รับรู้และต้องระวัง
ทั้งนี้ การพิมพ์ หรือ ผู้ส่งต่อข้อความอันเป็นเท็จในสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน ที่ประสงค์สร้างความเสียหายให้เกิดแก่ผู้อื่น หรือ องค์กรใดๆ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามพรบ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
นายวรพัทธ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ข่าวลือเมื่อปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2558 บริษัทได้ฟ้องร้องคดีอาญาน.ส.กิตติยา วรมิศร์ จำเลย ในข้อหากระทำความผิด พรบ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2558และฟ้องคดีแพ่ง ข้อหา ละเมิด เรียกร้องค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2558 ซึ่งมีการนัดไกล่เกลี่ยคดีอาญาครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 20 ก.ค.และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ก.ค.
"จากการตรวจสอบเราพบว่า น.ส.กิตติยา วรมิศร์ มีการแชร์ข่าวลือ blacklist หรือบัญชีดำบริษัทประกันภัย ที่มีชื่อบริษัทรวมอยู่ด้วยซึ่งในข่าวลือชิ้นนั้นหาว่าบริษัทมีฐานะการเงินไม่มั่นคง ในสังคมออนไลน์ ในกรุ๊ปไลน์ และ เฟสบุ๊ค ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย"นายวรพัทธ์ กล่าว
นายวรพัทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ทางบริษัทได้ให้น.ส.กิตติยา วรมิศร์ ลงคำขอโทษในนสพ.หัวสี ที่มีการจัดจำหน่ายทั่วประเทศอย่างน้อย 3 ฉบับ ติดต่อกัน 7 วัน พร้อมลงรูปภาพของน.ส.กิตติยา ในพื้นที่ขนาด 1 ใน 4 ส่วนของพื้นที่นสพ. 1 หน้า แต่ทางจำเลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว จึงมีการไกล่เกลี่ยขอแถลงข่าวขอโทษแทน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานแถลงข่าวทั้งหมด และให้ทางบริษัทเป็นผู้จัดพิมพ์คำขอโทษ
นอกจากนี้ จำเลยจะต้องลงคำขอโทษ และพูดความจริง ในกลุ่มไลน์ ที่มีอยู่ในโทรศัพท์ขณะมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งพบว่ามี 5 กลุ่ม และลงในเฟสบุ๊คตัวเองเป็นเวลา 30 วัน และ แชร์ลงในแฟนเพจเฟสบุ๊ค 30 เพจ โดยแฟนเพจต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100 รายต่อหนึ่งแฟนเพจ ซึ่งทุกครั้งที่มีการแชร์ จะต้องคัดลอกหน้าจอส่งรายงานมาที่บริษัทมิตรแท้ประกันภัยทั้งครั้ง ทุกเพจ
สำหรับ ในส่วนของคดีเฉพาะงานไกล่เกลี่ย จึงให้เลื่อนคดีนัดไกล่เกลี่ยไปก่อน รอฟังผลการดำเนินการในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.2558
"คดีนี้มิตรแท้ประกันภัยฟ้องตรงไปที่ศาล ยังมีอีก 2 ราย 2 คดี ในกรณีแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จที่ฟ้องไปที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการไต่สวนและจะขึ้นไปยังชั้นศาลต่อไป"นายวรพัทธ์ กล่าว
นายวรพัทธ์ กล่าวว่า เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างและเป็นการเตือนผู้ที่ใช้ Social Media พึงต้องตระหนักให้มากยิ่งขึ้นเพราะการแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้นเป็นการกระทำตามผิดกฎหมาย น.ส.กิตติยา วรมิศร์ จำเลย ผู้แชร์ข่าวลือแบล็คลิสบริษัทประกันภัย กล่าวว่า การแชร์ข้อมูลดังกล่าวมาจากได้รับการข้อมูลมาอีกต่อหนึ่งจากกลุ่มไลน์ และได้นำไปแชร์ในเฟสบุ๊คของตัวเองที่มีเพื่อนอยู่ 300 คน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปติดตามเลย จนกระทั่งได้รับหมายศาลในเวลาไม่ถึง 1 เดือน จึงเข้าไปดูและพบว่ามีตัวแทนของบริษัทมิตรแท้ประกันภัย เข้ามาให้ข้อมูลว่าบริษัทยังดำเนินการอยู่ จึงได้ขอโทษ และลบข้อความดังกล่าวออกจากเฟสบุ๊ค โดยมีผู้มากดไลค์ 23 คน ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนที่อยู่ในจ.นครศรีธรรมราช
"ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนให้กับตัวเอง และออกมาแถลงข่าวขอโทษ เพื่ออยากให้คนทั่วไปได้ระวังในการแชร์ข้อมูล เพราะจะถูกหมายศาล และถ้าบริษัทมิตรแท้ประกันภัย ไม่ให้โอกาสออกมาขอโทษ ก็จะกลายเป็นคดีติดตัวทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งตลอดไป"น.ส.กิตติยา จำเลย กล่าว
ทั้งนี้ กรณีนี้จึงเป็นข้อควรระวัง ที่ผู้อยู่ในสังคมออนไลน์ ต้องใช้วิจารณญาญก่อนที่จะมีการแชร์ข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่จะสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น เพราะอาจถูกดำเนินคดีความเช่นกรณีของ น.ส.กิตติยา วรมิศร์







