
‘มิตซูรุ อิสึโมะ’แรงบันดาลใจสู่รายได้ ตั้งเป้าสาหร่ายทำเชื้อเพลิงเครื่องบิน
หากพูดถึงการทำธุรกิจแล้ว แน่นอนว่าผลกำไรย่อมเป็นสิ่งสำคัญ
โดย...สราวรรณ ติยโรจน์เวคิน
หากพูดถึงการทำธุรกิจแล้ว แน่นอนว่าผลกำไรย่อมเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงเบื้องล่างของการทำธุรกิจที่แท้จริงแล้ว อาจมีจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจาก "เงิน" เหมือนอย่าง “มิตซูรุ อิสึโมะ” ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นวัย 35 ปี เจ้าของบริษัท “ยูกลีนา” ด้วยระยะเวลา 10 ปี ที่ดำเนินธุรกิจผลิตสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสาหร่ายเพื่อหวังจะแก้ปัญหาภาวะร่างกายขาดแคลนสารอาหาร โดยปัจจุบัน บริษัท ยูกลีนา สร้างรายได้ถึง 37.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,350 ล้านบาท)
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1998 ขณะที่อิสึโมะกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยโตเกียว อิสึโมะออกทริปเดินทางไปประเทศบังกลาเทศเพื่อศึกษาชีวิตความยากจนของคนที่นั่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปเอเชีย
"ประชากรที่นั่นมีข้าวกิน แต่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอแต่อย่างใด ผมเห็นเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้วก็สัญญากับตัวเองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหาทางแก้ไขสภาวะเหล่านี้" อิสึโมะ กล่าว
อิสึโมะกลับมาที่ญี่ปุ่นและศึกษาเกี่ยวกับ "สาหร่าย" ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กชนิดที่สามารถมองเห็นได้ผ่านทางกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น โดยศึกษาถึงประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของสาหร่ายเหล่านี้
อิสึโมะก่อตั้งบริษัท ยูกลีนา ขึ้นในปี 2005 ที่เกาะอิชิกากิ ทางใต้ของจังหวัดโอกินาวา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพจากประโยชน์ของสาหร่าย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ถึง 59 ชนิด เช่น แคลเซียม เหล็ก รวมถึงกรดอะมิโน โดยสาหร่ายเหล่านี้จะเติบโตในน้ำจืดและสังเคราะห์ด้วยแสงเช่นเดียวกับพืชทั่วไป ก่อนจะนำมาสกัดเอาสารอาหารออกมาในรูปของแป้ง เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่ม
บริษัท ยูกลีนา ขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทำมาจากสาหร่าย โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เครื่องดื่ม คุกกี้ อาหารสัตว์ ขยายเรื่อยไปจนถึงเครื่องสำอาง ผ้าพันแผล ปุ๋ย และเชื้อเพลิงชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม เส้นทางความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อิสึโมะก่อตั้งบริษัทขึ้นครั้งแรกโดยได้ทุนมาจาก ลิฟดอร์ อิงค์ ซึ่งเจ้าของบริษัทชาวญี่ปุ่นถูกกล่าวหาในคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2007 ยูกลีนาจึงต้องหันไปหา มาโกโตะ นารูเกะ อดีตประธานบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ป ในญี่ปุ่นที่ตอนนั้นทำธุรกิจเงินร่วมลงทุน
ครั้งแรกที่อิสึโมะเสนอขายสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทำจากสาหร่ายให้แก่บริษัทต่างๆ ถึง 500 บริษัท แต่ก็ถูกปฏิเสธ อีกทั้งยังไม่มีผู้สนับสนุนใดๆ เลยอีกด้วย
จนกระทั่งเดือน พ.ค. 2008 อิโตชู บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นได้เข้ามาร่วมลงทุนสนับสนุนธุรกิจยูกลีนา จากนั้นเป็นต้นมา บริษัท ยูกลีนาก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และยังได้ขยายความร่วมมือด้านการผลิตและวิจัยร่วมกับบริษัทอื่นๆ อีก เช่น ฮิตาชิ อีซูซุ มอเตอร์ส และบริษัทสายการบินของญี่ปุ่นทั้งหมด โดยอิสึโมะตั้งเป้าว่าจะพัฒนาน้ำมันไบโอดีเซลจากสาหร่ายเพื่อใช้กับเครื่องบินให้ได้ภายในปี 2020 ทั้งนี้เพื่อลดภาวะมลพิษในอากาศและทันเทศกาลโตเกียว โอลิมปิกเกมส์
ในปี 2012 ยูกลีนาหาทุนเพิ่มโดยการออกเสนอขายหุ้นใหม่ให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 1 หมื่นล้านเยน (ราว 2,900 ล้านบาท) การเติบโตของบริษัท ยูกลีนาค่อยๆ ดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 30% ทุกปี และมูลค่าหุ้นในตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า อยู่ที่ 152 ล้านเยน (ราว 43.4 ล้านบาท)
ปัจจุบันบริษัท ยูกลีนา ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในญี่ปุ่นในนามบริษัทเกิดใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศธุรกิจเกิดใหม่ที่โดดเด่นที่สุดประจำปี 2015 จากนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
"ผมเชื่อว่ายูกลีนามีศักยภาพที่จะช่วยโลกได้ และเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีประโยชน์ต่อสังคม เพียงแต่ต้องศึกษา วิจัยลงลึกอย่างละเอียด" อิสึโมะ กล่าว
ขณะนี้บริษัทของอิสึโมะกำลังอยู่ในขั้นดำเนินการวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายเพื่อไล่ตามผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ ที่พัฒนาไปแล้วก่อนหน้า และตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นเครื่องบินเดินทางในอากาศด้วยเชื้อเพลิงที่ทำจากสาหร่ายของบริษัท และทำงานอย่างหนักเพื่อจะให้ฝันนั้นเป็นจริง
"การเป็นผู้ประกอบการ คือการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และท้าทายตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้" ผู้บริหารหนุ่มทิ้งท้าย
ข้อสังเกตการทำธุรกิจ
-มองการณ์ไกลและดูแนวโน้มตลาด
-ใช้ทรัพยากรใกล้ตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด
-ศึกษาและวิจัยธุรกิจที่จะทำอย่างละเอียด
-ประโยชน์ต่อส่วนรวมสำคัญไม่แพ้กำไร







