
สบช่องบรอดแบนด์โต ‘ดีลิงค์’เร่งขยายตลาดเราเตอร์
อัตราการใช้งานบรอดแบนด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากจำนวนการเชื่อมต่อของสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
อัตราการใช้งานบรอดแบนด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากจำนวนการเชื่อมต่อของสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ รวมทั้งการเข้าใช้งานโซเชียลมีเดียนั้น อาจส่งผลให้การเชื่อมต่อผ่านผู้ให้บริการไม่รวดเร็วตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้นผู้ให้บริการด้านเครือข่ายเอง จึงต้องเพิ่มจุดเชื่อมต่อเพื่อมารองรับการใช้งานในสถานที่ต่างๆ ทั้งอาคาร สำนักงาน หรือคอนโดมิเนียมให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
แซม หว่อง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดีลิงค์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีอี กล่าวว่า ปัจจุบันถือว่าเป็นยุคของการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียมากขึ้น และจากความต้องการใช้งานเหล่านี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าไอทีประเภทสมาร์ทโฟนก่อนสินค้ากลุ่มอื่น เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ที่นิยมในการสื่อสารผ่านข้อความ หรือใช้งานโซเชียลมีเดียมากขึ้น ดังนั้นแอพพลิเคชั่นจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
“ประชากรกว่า 40% ทั่วโลก มีสมาร์ทโฟนกันคนละเครื่อง คาดว่าอัตราการเติบโตสมาร์ทโฟนในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นกว่า 50% หรือพันล้านเครื่องทั่วโลก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ โดยคนเอเชียนิยมใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย ออนไลน์คอมเมิร์ซ ออนไลน์เกมมิ่ง อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ และระบบสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ก็จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านสัญญาณไว-ไฟ หรือไวร์เลสเราเตอร์ทั้งสิ้น” แซม กล่าว
ทั้งนี้ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ผ่านไวร์เลสเราเตอร์นั้น ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานอุปกรณ์ไอที ทำให้การเข้าใช้งานดีไวซ์ของคนในครอบครัวหรือองค์กรนั้นเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะทุกคนล้วนต้องการที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม
“การใช้งานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไวร์เลสเราเตอร์นั้นจะมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 1.5-2 ปีในการเปลี่ยนเครื่องครั้งต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอัพเดทเฟิร์มแวร์ของระบบปฏิบัติการด้วย โดยไวร์เลสเราเตอร์จะรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถึง 15-20 ดีไวซ์/เราเตอร์” แซม กล่าว
แซม กล่าวอีกว่า บริษัทได้ตั้งเป้าส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 20-22% หรือประมาณ 2-2.2 แสนเครื่อง จากภาพรวมตลาดไวร์เลสเราเตอร์ในปีนี้ที่คาดว่าจะขายได้ 1 ล้านเครื่อง โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากโปรเจกต์ของโอเปอเรเตอร์ในการขายเครื่องเราเตอร์พร้อมแพ็กเกจ ทำให้สามารถขายเครื่องในปีนี้ไปได้แล้วกว่า 1.3 แสนเครื่อง ที่เหลือเป็นการขายผ่านหน้าร้าน ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 4 โซลูชั่น คือ ไวร์เลสเราเตอร์ โมเด็มเราเตอร์ ไวร์เลสอะแดปเตอร์ และอันแมเนจสวิตช์นั้นจะวางขายประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้
“เราเชื่อมั่นว่าในปี 2559 จะสามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 ของตลาดไวร์เลสเราเตอร์ได้ จากกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ให้ความรู้กับทางหน้าร้าน ให้ความรู้แก่พนักงานสาขาเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างแท้จริง รวมทั้งการจัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดต่างๆ” แซม กล่าว
นอกจากนี้ ยังมองว่าการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพราะคนไทยใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก การเพิ่มช่องทางสื่อสารอย่างวิดีโอ โรดโชว์หรือแคมเปญออนไลน์จะช่วยเพิ่มความเข้าใจให้แก่ผู้ใช้งานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากขึ้น







