posttoday
ตกใจระเบิด-ดัชนีดิ่ง กองทุนรอเก็บ ‘หุ้นดี’

ตกใจระเบิด-ดัชนีดิ่ง กองทุนรอเก็บ ‘หุ้นดี’

19 สิงหาคม 2558

วันที่ 18 ส.ค. 2558 จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย

วันที่ 18 ส.ค. 2558 จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย เพราะระหว่างวันดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลดลงไปถึง 46.43 จุด และปิดตลาดที่ 1,372.61 จุด ลดลง 36.13 จุด ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต่อเนื่องไปถึงการปาระเบิดจากสะพานตากสิน

และแม้ว่านักลงทุนสถาบันเทขาย 1.2 หมื่นล้านบาท ผสมกับนักลงทุนต่างประเทศอีก 6,900 ล้านบาท แต่ “ผู้จัดการกองทุน” ยังมองว่าหากราคาหุุ้นปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุน

บัวหลวง เล็งหุ้นบลูชิป

เหมือนกับที่ วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า...

“ถ้ามีความตื่นตระหนกในตลาด หรือมีการถล่มขาย เราจะใช้เงินสดที่มีอยู่ไม่น้อยในพอร์ต ไปเข้าซื้อหุ้นบลูชิปที่เราชอบ และเชื่อมั่นว่ามีความเข้มแข็งในการแข่งขันทางธุรกิจ... เมื่อราคามันถูกลงมาในระดับที่เราพอใจ”

พร้อมกันนี้ วรวรรณ ยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความกังวลของนักลงทุนอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ถูกกระทบ ในขณะที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้นและยาว ซึ่งกำลังจะเห็นผล ทำให้มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

“อยากให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด สำหรับนักลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนที่มีการลงทุนสม่ำเสมอ อย่าไปตระหนกอะไรมาก ขอให้มีจิตใจมั่นคง เพราะในเวลาเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนตกใจ จะมีทั้งคนถอยออก และคนที่เห็นภาพกว้าง มีสติ และเห็นว่าราคาระดับนี้ทำให้หุ้นบางตัวน่าซื้อ” วรวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม วรวรรณ ยอมรับว่า การประเมินสถานการณ์และการลงทุนระยะสั้นค่อนข้างลำบาก เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม

กสิกรไทย รอดูสถานการณ์

ขณะที่ ธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีเงินสดในพอร์ตประมาณ 7-10% ที่พร้อมจะทยอยลงทุนในตลาดหุ้นไทย

“ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดก็คิดว่าเป็นระดับที่เริ่มทยอยลงทุนได้แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็ทำให้เราต้องระมัดระวังมากขึ้น และรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่งว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แค่ไหน” ธิดาศิริ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธิดาศิริ กล่าวว่า แม้โดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ทำให้ต้องเร่งการลงทุน แต่ บลจ.กสิกรไทย เริ่มเข้าไปศึกษาหุ้นเป็นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และราคาลดลงมาจนทำให้มูลค่าเหมาะสม

“โอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างจำกัด แต่โอกาสปรับลดลงกว่านี้ไม่น่าจะมากนัก ถ้าผลกระทบจากการท่องเที่ยวสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด ระดับดัชนีที่ 1,350 น่าจะพอรับได้” ธิดาศิริ กล่าว

พร้อมกันนี้ ธิดาศิริ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เริ่มเห็นเงินลงทุนเข้ามาในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) บ้างแล้ว แต่จำนวนไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนทยอยซื้อมาตั้งแต่ดัชนีหุ้นไทยลดลงมาต่ำกว่า 1,600 จุด

“นักลงทุนที่ไม่สามารถรับความผันผวนในระยะสั้นได้ แนะนำให้รอไปก่อน แต่หากเป็นการลงทุนระยะกลาง-ยาว ดัชนีที่ต่ำกว่า 1,400 จุด ถือเป็นระดับที่น่าเข้าทยอยสะสม” ธิดาศิริ กล่าว

วรรณ เชื่อกระทบสั้น

วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ยังคงรุนแรง และตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัวลดลงชัดเจน ก็อาจทำให้ตลาดปรับประมาณการผลกำไรของหุ้นกลุ่มนี้ลงอีก จากปัจจุบันที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับลดลงแล้ว 5-10%

“อย่างไรก็ตาม หากเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ในอดีต พบว่าราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบในระยะสั้นเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งในครั้งนี้ก็จะสอดคล้องกับช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นพอดี” วิน กล่าว

พร้อมกันนี้ วิน กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของหุ้นไทยในปัจจุบันเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพราะในไตรมาส 4 ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาได้ โดยมองเป้าระดับดัชนี ณ สิ้นปี 2558 ที่ระดับ 1,457 จุด คิดเป็นระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ปีนี้ที่ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับเหมาะสมเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาค

“การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ แนะนำให้ลงทุนในกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยจากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง รวมถึงเน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสูง เช่น กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม” วิน แนะนำ

กรุงศรี จับตาหุ้นพื้นฐานดี

สุภาพร ลีนะบรรจง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า หากสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยจะไม่ลงไปต่ำกว่า 1,350-1,380 จุด

“ในพอร์ตกองทุนหุ้นของ บลจ.กรุงศรี ไม่มีหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอยู่แล้ว เราจึงไม่ได้รับผลกระทบมาก และเริ่มทยอยดูหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดีที่เราชอบ ซึ่งราคาอาจจะปรับลงมาอยู่ในระดับที่เข้าไปเก็บเพิ่มได้ ซึ่งในตอนนี้มีเงินสดประมาณ 5-7% ของพอร์ต” สุภาพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน