
'โจซี แตม' เอื้อมให้ถึงฝัน ด้วยความกล้าและแรงผลักดัน
การทำงานในวงการแฟชั่น ไม่ได้มีเพียงเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า ดีไซเนอร์ และนายแบบนางแบบเท่านั้น
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
การทำงานในวงการแฟชั่น ไม่ได้มีเพียงเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า ดีไซเนอร์ และนายแบบนางแบบเท่านั้น ยังมีการทำงานในรูปแบบการเป็นตัวกลางระหว่างโรงงานผลิตกับดีไซเนอร์อีกด้วย
ในระหว่างกระบวนการผลิตนั้น ดีไซเนอร์ต้องพูดคุยกับโรงงานการผลิตให้ “รู้เรื่อง” และมี “ความเข้าใจผิด” น้อยที่สุด เพื่อให้ได้เสื้อผ้าตามที่ออกแบบมาได้ตรงใจมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการพูดคุยกับโรงงานดังกล่าว มักมีความเข้าใจไม่ตรงกันเกิดขึ้น โดยเฉพาะระหว่างดีไซเนอร์และโรงงานที่อยู่ห่างไกลออกไปในต่างประเทศ เนื่องจากโรงงานมักจะไม่เข้าใจสิ่งที่ดีไซเนอร์ออกแบบมา และต้องเสียเวลาส่งอีเมลกลับมาถามดีไซเนอร์
หลังจากที่คุยผ่านอีเมลมากมาย โรงงานจะผลิตและส่งเสื้อตัวแรกให้ดีไซเนอร์ดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องแก้จนกว่าจะพอใจ ซึ่งเสียทั้งเงินและเวลาสำหรับทั้งสองฝ่าย
โจซี แตม หรือ ตันฮุยอี้ วัย 32 ปี ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อพยพมาอยู่ในฮ่องกงนับตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม ใช้จุดดังกล่าวเป็นเป้าหมายในการออกแอพพลิเคชั่นสำหรับลดข้อผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างโรงงานและดีไซเนอร์ รวมถึงยังช่วยลดเวลาในการสื่อสารอีกด้วย
แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีชื่อว่า “เทกแพ็กเกอร์” เช่นเดียวกับชื่อบริษัทของแตม
“แอพพลิเคชั่นนี้เป็นแพลต ฟอร์มสำหรับดีไซเนอร์และโรงงานที่จะทำงานร่วมกัน แอพพลิเคชั่นนี้ช่วยสื่อสารสิ่งที่ดีไซเนอร์ต้องการได้อย่างถูกต้อง และทางโรงงานก็จะผลิตเสื้อผ้าออกมาได้ตามที่ดีไซเนอร์ต้องการ” แตม กล่าว
แรกเริ่มเดิมที แตมเป็นพนักงานฟูลไทม์ในบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง ที่มีความคิดที่จะทำเทกแพ็กเกอร์ตั้งแต่ตอนนั้น อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกแตมยังไม่มั่นใจ เนื่องจากขาดประสบการณ์ในการบริหาร
อย่างไรก็ตาม แตมได้พบกับ ซารัล โคชาร์ วัย 31 ปี ที่งานพบปะนักเทคโนโลยี โดยโคชาร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ และมีประสบการณ์การทำงานเป็นผู้จัดการให้แก่อุตสาหกรรมสิ่งทอ
ดังนั้น เมื่อนำความสามารถด้านเทคโนโลยีของแตม ประสานกับความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอของโคชาร์ แตมจึงกล้าที่จะเปิดเทกแพ็กเกอร์ในปี 2014
“เป็นโอกาสที่จะได้สิ่งที่แตกต่าง เพื่อที่จะได้เปลี่ยนรูปโฉมของวงการอุตสาหกรรมแฟชั่น” แตม กล่าว
ปัจจุบัน เทกแพ็กเกอร์มีลูกค้าทั้งหมด 500 คน โดยยังเปิดให้ใช้ฟรีอยู่ และจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นเสียเงินให้ใช้ภายในปี 2015
นอกจากนี้ รัฐบาลฮ่องกงยังได้ให้เงินช่วยเหลือเทกแพ็กเกอร์ 500 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 1.7 หมื่นล้านบาท) เพื่อเป็นการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น และรูปแบบของธุรกิจของแตมยังได้รับการชื่นชมจาก แจ็ค หม่า ผู้นำของอาลีบาบา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอีกด้วย
การตั้งกิจการเป็นของตัวเองเป็นความใฝ่ฝันของแตม เนื่องจากความสำเร็จทั้งหมดจะช่วยลบ “ปมด้อย” ในใจของแตมที่สูงเพียง 120 เซนติเมตรได้ จากภาวะร่างกายที่ไม่เจริญเติบโตตามปกติ หรือสภาพแคระ
“ทุกวันนี้แม่ของฉันก็ยังกังวลว่าฉันจะเป็นอะไรหรือเปล่า” แตม กล่าว
นับตั้งแต่เด็ก แตมมักจะถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนในรูปร่างที่ไม่เหมือนคนอื่น และเติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่แย่จากการอาศัยอยู่ในสลัม ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติของ
ผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะยอมแพ้และเลิกไปโรงเรียน แม่ของแตมกลับช่วยผลักดัน และแตมก็มีผลการเรียนดีเสียด้วย โดยแตมจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และปริญญาโทด้านการจัดการไอที
“พ่อแม่ของฉันไม่ได้รับการศึกษา พวกเขาเติบโตในจีน ที่ตอนนั้นจนมากๆ และจบการศึกษาแค่ระดับประถม ดังนั้นหลังจากที่เราย้ายมาฮ่องกง แม่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า” แตม กล่าว
นอกจากนี้ แตม ยังระบุอีกด้วยว่า อาจารย์ที่โรงเรียนและคนอื่นๆ ต่างช่วยเหลือแตมที่มักจะโดนแบ่งแยกอยู่เสมอ
หลังจากเปิดธุรกิจได้ตามที่หวังไว้แล้ว แตมยังวางแผนสำหรับอนาคตอีกด้วย นั่นคือการขยายเทกแพ็กเกอร์เข้าสู่ภาคส่วนการผลิตอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมถึงยังตั้งเป้าจะขยายไปยังตลาดยุโรปอีกด้วย โดยในปัจจุบันเทกแพ็กเกอร์มีสำนักงานที่นิวยอร์ก นอกเหนือไปจากสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง
“ถ้าฉันมีเป้าหมายแล้ว ฉันจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้สำเร็จ เพราะฉันเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ อาจจะแค่ต้องใช้เวลาหรือเรียนรู้” แตม กล่าว “นั่นคือสิ่งที่ฉันเชื่อ ตราบใดที่เรายังพยายาม พวกเราจะประสบความสำเร็จสักวัน”







