
เปิดประสบการณ์ 'มิลล์คอน' ทุนไทยปักหลักใหม่ติละวา
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
“จาก เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาไปย่างกุ้ง ใกล้เหมือนกรุงเทพฯ ไปฝั่งธน”
นี่คือคำเปรียบเทียบของ สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล ในงานสัมมนาเมียนมาเชิงลึก จัดโดยสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา
แม้จะเพิ่งเข้าไปลงทุนในเมียนมาได้เพียง 2 ปีครึ่ง จากการได้พันธมิตรท้องถิ่นคือ Thiha Group คอยช่วยทำการค้าเหล็กเส้น สินค้าคอนกรีตให้กับหน่วยงานภาครัฐ แต่เมื่อ 1 ปีที่แล้ว มิลล์คอนก็ตัดสินใจว่าจะต้องเป็นผู้นำเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาระยะแรก
สิทธิชัย ประเมินว่า อุตสาหกรรมเหล็กในเมียนมามีแนวโน้มเติบโตสูง แม้ประมาณการการบริโภคเหล็กปี 2559 ของเมียนมาจะอยู่ที่ 1.6 ล้านตัน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 18 ล้านตัน แต่การบริโภคจริงอาจสูงกว่านั้น เพราะปัจจุบันเมียนมามีการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานจำนวนมาก การเข้าไปลงทุนเองจึงน่าจะช่วยให้พร้อมรองรับการเติบโตของตลาด
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการลงทุน โดยขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการการลงทุนเมียนมา (เอ็มไอซี) และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา สิทธิชัย ระบุว่า ลงทุนในติละวาได้รับประโยชน์มากกว่าอย่างชัดเจน
เริ่มต้นจากเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล หากขอการสนับสนุนจากเอ็มไอซี จะได้รับการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลระยะแรกเพียง 5 ปี แต่หากลงทุนในติละวาและส่งออกไม่ต่ำกว่า 75% จะได้รับสิทธิ 7 ปี และในระยะที่ 2 ยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 50% อีก 5 ปี และระยะที่ 3 อีก 5 ปี รวมเป็น 17 ปี
ขณะเดียวกัน สิทธิการเช่าที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษยังอยู่ที่ 50 ปี ต่ออายุได้อีก 25 ปี หรือรวม 75 ปี สูงกว่าการเช่าที่ดินจากการขอการสนับสนุนเอ็มไอซีที่ได้เพียง 50 ปี ต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปี อีก 2 ครั้ง หรือรวม 70 ปี ที่สำคัญคือระยะทางการขนส่งจากติละวาไปย่างกุ้งนั้นเพียง 23 กิโลเมตร
นอกจากนี้ แม้ปกติเมียนมาจะมีปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ แต่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวามีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 33 เมกะวัตต์ แล้วในการพัฒนาระยะแรกและจะสร้างเพิ่มอีก 50 เมกะวัตต์ด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงงานที่สร้างในพื้นที่ติละวาจะมีไฟฟ้าใช้เพียงพอ
“เราลงทุนเฟส 1 เพราะเราอยากเป็นผู้เริ่มต้น เรามั่นใจหลายอย่าง ทั้งการสนับสนุนทางภาษี การพบปะพูดคุย รู้จักชาวเมียนมา ถ้าเราลงทุนช่วงแบบนี้ เวลานี้ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้”
อย่างไรก็ดี การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวามีความท้าทายหลายประเด็น เช่น อัตราค่าเช่าที่ดินต่อ ตร.ม.ค่อนข้างสูงมาก เบ็ดเสร็จทำให้ค่าเช่าพื้นที่ตั้งโรงงานสูงถึง 5-6 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมี “เรื่องเซอร์ไพรส์” อีกหลายเรื่อง เซอร์ไพรส์แรก คือ ใบอนุญาต การลงทุนในติละวาต้องขออนุญาตจำนวนมาก ตั้งแต่ใบอนุญาตลงทุน ใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตนำเข้า การจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม คล้ายกับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของไทย แม้จะมี One Stop Service แต่ก็ยังมีรายละเอียดค่อนข้างมากที่ต้องรู้ก่อนบุก
เซอร์ไพรส์ที่สอง คือ งบก่อสร้าง เดิมประมาณการไว้ที่ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมค่าตอกเสาเข็มแล้ว แต่ปรากฏว่า “เอาไม่อยู่” เพราะค่าก่อสร้างที่เคยประเมินไว้ ตร.ม.ละ 8,500 บาท กลายเป็น 2.2 หมื่นบาทเซอร์ไพรส์ที่สาม คือ ระยะเวลาที่ใช้ก่อสร้าง เนื่องจากเมียนมามีฝนตกชุก ทำให้การก่อสร้างเป็นไปได้อย่างล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และทำให้ต้องจ้างคนงานมากขึ้น
สิทธิชัย ทิ้งท้ายด้วยกุญแจสู่ความสำเร็จของการลงทุนในเมียนมา 5 ข้อ ได้แก่ 1.ต้องมีความตั้งใจที่จะไปลงทุนจริงๆ 2.ต้องศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจ ทั้งเรื่องคน กฎหมาย วัฒนธรรม ตลาด เป็นอย่างดี ต้องตกผลึก เพราะถ้าไม่เข้าใจจะกลายเป็นความเสี่ยง
3.ต้องมีพันธมิตรท้องถิ่นที่ดี ถ้าเขาแนะนำเราได้ดี เข้ากับเราได้ดี ก็เปรียบเสมือนเนื้อคู่จริงๆ อยู่กับเราระยะยาว ควรเลือกคนที่เส้นใหญ่ 4.มีความพร้อมทั้งเรื่องการเงิน ความรู้
“ที่สำคัญที่สุด คือข้อ 5.ต้องทำเลย จึงจะประสบความสำเร็จ” สิทธิชัย ย้ำ







