
นักวิเคราะห์ชี้โอกาสซื้อหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว
เมย์แบงก์ กิมเอ็งคาดราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัวลงสู่จุดต่ำสุด เชื่อใช้เวลากว่าหกเดือนฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน
เมย์แบงก์ กิมเอ็งคาดราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัวลงสู่จุดต่ำสุด เชื่อใช้เวลากว่าหกเดือนฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน
ผลของเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ฉุดหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนักในช่วงเช้าวันนี้ จนติดอันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก คือ หุ้นAOTปิดที่268บาทลดลง19บาทหรือ6.62% บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา(CPN)ปิดที่ 42 บาท ลดลง 3 บาทหรือ 6.67% MINTปิดที่ 23.50 บาท ลดลง2 บาท หรือ 7.84% และบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชาการ(BDMS)ปิดที่ 18.70 บาทลดลง 6.60 บาทหรือ 3.11%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) คาดว่าราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวน่าจะปรับตัวลงไปสู่จุดต่ำสุด (10%-11%) ในสัปดาห์นี้ และยังคงแนะนำ ซื้อ สำหรับบริษัทที่ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอย่างบริษัทท่าอากาศยานไทย( AOT )และ บริษัทไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล(MINT)
กรุงเทพตกอยู่ในความโกลาหลเมื่อวานตอนเย็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งได้คร่าชีวิตคนกว่า 19 ราย ซึ่งเป็นชาวจีนและฟิลิปปินส์ 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 80 คน วัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นระเบิดถูกพบสองลูกบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุเต็มไปด้วยพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยว ดังนั้นการระเบิดจะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวแน่นอน ซึ่งกว่า 26% เป็นชาวจีน เราคาดว่าจะต้องใช้เวลากว่าหกเดือนที่จะเรียกระดับความมั่นใจของนักท่องเที่ยวกลับมา และกลุ่มท่องเที่ยวน่าจะได้รับประโยชน์จากฤดูไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวจำกัดใน ไตรมาส4ปี2558-ไตรมาส1ปี2559
ผู้ประกอบการโรงแรมอย่างเช่น MINT บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า(CENTEL )และ บริษัทโรงแรมดิเอราวัณ กรุ๊ป(
ERW )มีโรงแรมและร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวหลายแห่ง ซึ่งรายได้ของโรงแรมในกรุงเทพสร้างรายได้กว่า 55% 40% และ 7% ของรายได้ทั้งหมดของ ERW CENTEL และ MINT
บล.เมย์แบงก์มองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้รุนแรงกว่าเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพในปี 2549-2550 มาก เนื่องจากปัจจัยลบด้านๆอื่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างเช่นเศรษฐกิจโลกที่เติบโตช้า ขั้นตอนการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยที่ช้ากว่าคาด และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเที่ยวกับประเทศท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ
จากข้อมูลในอดีต ราคาหุ้นของกลุ่มโรงแรมและสายการบินปรับตัวลง 5.5% และ 6.5% ในวันแรก และลดลงไปสู่จุดต่ำสุดในสัปดาห์แรก
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ถูกควบคุมไว้แล้ว และเราแนะนำให้นักลงทุนติดตามพัฒนาการเชิงบวกในสองสามวันข้างหน้า ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าสะสมหุ้นที่ยังคงมีพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง AOT และ MINT จากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจที่ดีไปยังสาขาในต่างจังหวัดและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดอื่นๆ
"เราจะกลับมาทบทวนประมาณการของเราอีกครั้งหลังเราได้ทราบข้อมูลการยกเลิกการจองล่วงหน้าในสัปดาห์หน้า"บล.เมย์แบงก์ระบุ







