
หนุนคุมมาตรฐานปลอดภัย รับลงทุนสวนน้ำ-สวนสนุกพุ่ง
การมีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้าง (แมนเมด) ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวพื้นที่นั้นๆ ให้คึกคัก ซึ่งสวนสนุก-สวนน้ำ
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การมีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้าง (แมนเมด) ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวพื้นที่นั้นๆ ให้คึกคัก ซึ่งสวนสนุก-สวนน้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดที่ผู้ประกอบการสนใจลงทุนกันมาก
วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิตี้ วอล์ค และที่ปรึกษาสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเผยว่า ไทยมีสวนสนุกถาวรประมาณ 20 แห่ง สวนน้ำ 40 แห่ง ส่วนใหญ่เป็น
ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ขณะที่สวนสนุกเคลื่อนที่นับจำนวนยาก แต่น่าจะมีผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 100 ราย ในอนาคตจากที่ทราบมีผู้สนใจลงทุนสวนสนุก-สวนน้ำแล้ว 10-15 แห่ง เกือบทั้งหมดอยู่ในต่างจังหวัด มีเพียง 1-2 แห่งอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นเพียงวาดแบบไว้ ไม่มีรายละเอียดโครงการ
จากแนวโน้มสวนสนุก-สวนน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมาคมจับมือวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดทำมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยในสวนสนุก เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจขั้นพื้นฐานให้ผู้ประกอบการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันสวนสนุกแต่ละแห่งมีมาตรฐานต่างกันยึดตามผู้ผลิตเครื่องเล่นจากประเทศที่ตนเองสั่งซื้อมา บ้างก็เข้ม บ้างก็หย่อนเกินไป จึงต้องการให้นำมาตรฐานทั้งหมดมาหามาตรฐานกลางที่เหมาะกับไทย และในอนาคตอาจไปถึงขั้นจัดอันดับสวนสนุก สวนน้ำที่มีอยู่ว่ามีมาตรฐานระดับใด สูงหรือกลาง เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการได้พิจารณา
ด้านธุรกิจสวนสนุก-สวนน้ำปีนี้น่าจะมีรายได้ต่ำสุดรอบ 5 ปีจากเศรษฐกิจชะลอตัว ในส่วนของสวนสยามครึ่งปีแรกรายได้ลด 10% ครึ่งปีหลังโอกาสฟื้นตัวคงยาก เหลือเพียงเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคการศึกษาเดือนเดียวที่ลุ้นได้
สิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซิตี้วอล์ค และนายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ สนใจลงทุนสวนน้ำมากกว่าสวนสนุก เพราะลงทุนน้อยกว่า ส่วนใหญ่เป็นการลงทุน 100-200 ล้านบาท ขณะที่สวนสนุกลงทุนสูงมากแต่คุ้มทุนช้ามากทำให้หาผู้ลงทุนยาก
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการสนใจลงทุนมากขึ้น หากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับแก้เงื่อนไขส่งเสริมการลงทุน จากปัจจุบันต้องมีเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ให้เหลือ 200-300 ล้านบาท เพราะจะเอื้อต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ ต้องอยู่ที่ภาครัฐหากต้องการให้คนลงทุนสวนสนุก-สวนน้ำเพิ่ม ต้องสนับสนุนและการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ ถ้ารัฐสนับสนุนให้มีสวนสนุก-สวนน้ำมากขึ้น มั่นใจว่าผู้ใช้บริการสวนสนุก-สวนน้ำมีโอกาสขยายตัว 100% จากปัจจุบัน ซึ่งการลงทุนสวนสนุก-สวนน้ำไม่จำเป็นต้องอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว อยู่ในต่างจังหวัดที่ไกลแหล่งท่องเที่ยวคนก็เดินทางไปหากเดินทางไปสะดวก ขณะที่การผลักดันให้สวนสนุก-สวนน้ำมีมาตรฐานเดียวกัน คงต้องอยู่ที่ภาครัฐสนับสนุนเช่นกัน ระหว่างนี้ก็เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจไปก่อนคาดว่าจะใช้เวลา 5-10 ปี จึงจะควบคุมให้ทุกแห่งใช้มาตรฐานเดียวกันได้
“สวนสยามมองการลงทุนต่างประเทศมากกว่าในไทย โดยสนใจไปร่วมลงทุนสวนน้ำที่สะหวันนะเขต ประเทศลาว แต่คงไม่ใช่ผู้ถือหุ้นใหญ่ สาเหตุที่สนใจเพราะลาวเปิดกว้างกับนักลงทุนต่างชาติเรื่องการถือหุ้น และมีสิทธิประโยชน์จูงใจลงทุน” สิทธิศักดิ์ กล่าว
ชาญณรงค์ ไวพจน์ ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัย วสท. กล่าวว่า ปัจจุบันสวนสนุก-สวนน้ำรายใหญ่ตื่นตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยอยู่แล้ว ที่น่าห่วงคือสวนสนุกเคลื่อนที่ตามงานวัด หลังออกมาตรฐานสวนสนุกคงต้องกระตุ้นสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไปใช้ดูแลผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสวนสนุกเคลื่อนที่ตามงานวัดมากขึ้น เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง
ที่ผ่านมาบางรายไม่ได้ตอกเสาเข็มเครื่องเล่น ใช้เพียงสมอยึด หรือนำเครื่องเล่นเก่ามาปรับปรุง ใช้สีหรือวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ไม่มีใครเอาผิดได้เพราะไม่มีกฎหมายคุม หากเป็นไปได้รัฐต้องเข้มงวด จากเดิมขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราวก็ทำได้ ควรให้ขออนุญาตจัดวางเครื่องเล่น มีวิศวกรไปตรวจความปลอดภัยด้วย
เมื่อสวนสนุก-สวนน้ำมากขึ้น รัฐก็ควรเร่งใส่ใจคุมมาตรฐานความปลอดภัยเพราะกันไว้ดีกว่าแก้







