posttoday
โอกาสและผลกระทบจากเงินหยวนอ่อนค่า

โอกาสและผลกระทบจากเงินหยวนอ่อนค่า

18 สิงหาคม 2558

โดย...รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส

โดย...รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ประกาศเปลี่ยนวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเงินอ้างอิงเพื่อการกำหนดราคากลาง รวมทั้งประกาศลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของเงินหยวนลง 1.9% ซึ่งถือเป็นการลดอัตราแลกเปลี่ยนรายวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ไม่เพียงเท่านั้น ในวันถัดมายังลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงกับราคาปิดก่อนหน้าอีก 1.6% เพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามกลไกของตลาดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงราว 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นการอ่อนค่าลงต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีของเงินหยวน

สาเหตุที่จีนลุกขึ้นมาลดค่าเงินหยวนลงครั้งนี้ ก็เพื่อให้ค่าเงินหยวนยืดหยุ่นมากขึ้นและเป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้เงินหยวนได้รับการยอมรับเข้าไปร่วมในตะกร้าเงินทุนสำรอง SDR (Special Drawing Rights) ของ IMF ที่จะมีการพิจารณากันในปีหน้า นอกจากนี้ที่ผ่านมาค่าเงินหยวนมีราคามากกว่าราคาพื้นฐานเมื่อเทียบด้วยดัชนีอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง (REER) ที่เทียบกับตะกร้าเงินสกุลอื่น ดังนั้นหากเงินหยวนอ่อนค่าลง ก็จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้ภาคส่งออกของจีนหลังจากตัวเลขส่งออกหดตัวลงถึง 8.3% ในเดือนที่ผ่านมา

สำหรับผลกระทบจากการปรับค่าเงินหยวน ผมมองว่าโดยรวมแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมกระทบต่อกลุ่มส่งออกที่มีจีนเป็นคู่ค้า ขณะเดียวกันประเทศที่มีจีนเป็นคู่แข่งด้านการส่งออก รวมถึงกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีผู้บริโภครายใหญ่ในประเทศจีนก็อาจได้รับผลกระทบอยู่บ้าง

ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย ผมเชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคส่งออกของบ้านเรา เนื่องจากสินค้าที่เราเน้นส่งออกไปยังจีนเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งปัจจุบันมีราคาต่ำ และนับว่าช่วยลดทอนผลกระทบจากเงินหยวนที่อ่อนค่าลงได้ทางหนึ่ง

ในทางกลับกันประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าสินค้าจีนที่ราคาถูกลง ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรานำเข้าสินค้าจากจีนถึง 17% ของสินค้านำเข้าทั้งหมด  เช่นกันกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งไม่น่าจะกระทบมากนัก เนื่องจากยังได้อานิสงส์จากช่วงต้นปีที่เงินบาทอ่อนค่ามากกว่าเงินหยวน

ทั้งนี้ หากย้อนไปมองผลจากค่าเงินหยวนต่อประเทศจีนเอง ท่านที่มีการลงทุนอยู่ในหุ้นจีนอาจสงสัยว่า การปรับค่าเงินหยวนลง 3% นี้จะทำให้เกิดกระแสเงินไหลออกจากจีนหรือไม่ ผมมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบรุนแรงขนาดนั้น เนื่องจากทางการจีนสามารถเข้าแทรกแซงค่าเงินได้ทุกเมื่อ เพื่อควบคุมไม่ให้เงินหยวนอ่อนค่าเร็วเกินไปจนเกิดปัญหาสภาพคล่องลดลงและกลายเป็นการสวนทางกับความต้องการของรัฐบาลจีนที่มุ่งส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินด้วยการลด RRR และลดนโยบายดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง 

ในแง่ของตลาดหุ้นจีน ทางการจีนมีนโยบายสนับสนุนมากมายที่ช่วยพยุงตลาดหุ้น ทั้งยังจะได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ (China new economy)

ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนยังคงคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ที่ 7% ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสที่นักลงทุนยังสามารถลงทุนในหุ้นจีนเพื่อรับผลตอบแทนจากการฟื้นตัวและการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนในอนาคต โดยผู้ลงทุนที่อาจกังวลเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ก็สามารถเลือกลงทุนกับกองทุนรวมที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนได้ครับ

ผู้ลงทุนโปรด “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร