
‘คาฟโบ’ พลิกตลาด เฟอร์นิเจอร์สัตว์เลี้ยง
จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ถูกสร้างสรรค์ใหม่ กลายเป็นสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง แบรนด์ “คาฟโบ” ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กระดาษลูกฟูกธรรมดาๆ หลายเท่า
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ถูกสร้างสรรค์ใหม่ กลายเป็นสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง แบรนด์ “คาฟโบ” ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กระดาษลูกฟูกธรรมดาๆ หลายเท่า และเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กระตุ้นตลาดสัตว์เลี้ยงให้คึกคักขึ้นหลายเท่า
“ขวัญชนก อมรธนานุบาล” ผู้อำนวยการ บริษัท คาฟโบ และเจ้าของแบรนด์ คาฟโบ (Kafbo) เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจจากการพัฒนาสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงและที่ข่วนเล็บของแมว มาจากการที่ตนเองเลี้ยงสัตว์และอยากสร้างสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมทั้งจากการไปเดินทางในต่างประเทศทำให้พบสินค้าเทรนด์ใหม่ จึงเกิดแรงบันดาลใจนำกระดาษลูกฟูก ซึ่งเป็นสินค้าจากโรงงานที่เป็นธุรกิจครอบครัว มาต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ข่วนเล็บแมว และได้เปิดตัวสินค้าเข้ามาทำตลาดประมาณสองปีที่ผ่านมาแล้ว ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ในไทย
สำหรับการนำกระดาษลูกฟูกของโรงงานมาผลิตเป็นสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง เพราะสินค้าของโรงงานมีความทนทาน แข็งแรง มีคุณภาพ ซึ่งการออกแบบก็ได้ให้ดีไซเนอร์จากต่างประเทศมาร่วมออกแบบ และตนเองก็ร่วมแนะนำดีไซน์ รวมทั้งยังทำให้สินค้าเป็นกรีนโปรดักต์อย่างแท้จริง ที่เป็นผลดีต่อลูกค้าและแมว เพราะวัสดุและส่วนประกอบต่างๆ ของสินค้ามีความปลอดภัยและเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
คอลเลกชั่นแรก คือ 9Lifers หรือแมวเก้าชีวิต มีแบบลูกปลาวาฬ สร้างยอดขายได้สูดสุด หลังจากนั้นปีต่อมาได้ออกคอลเลกชั่นใหม่ บ้านแมว ที่ปรับดีไซน์ของสินค้าให้เป็นชิ้น ที่สามารถต่อและออกแบบให้เป็นบ้านให้แมวได้เอง และปรับเปลี่ยนแบบบ้านแมวได้หลายแบบ
สิ่งสำคัญที่บริษัทมุ่งให้ความสำคัญต่อมาคือ การไม่หยุดนิ่งสร้าง สรรค์สินค้าใหม่ โดยกำลังพัฒนาสินค้าจากกระดาษลูกฟูกให้มีน้ำหนักเบามากขึ้น และสร้างสินค้าที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะสัตว์เลี้ยงอย่างแมว แต่กำลังสร้างสินค้าใหม่สำหรับสุนัขจะเปิดตัวได้ในระยะต่อไป
ในอนาคต สินค้าจากกระดาษลูกฟูกก็มีโอกาสขยายตลาดไปยังจนถึงสินค้าจากเฟอร์นิเจอร์ จากจุดแข็งของกระดาษลูกฟูกของโรงงานที่มีความแข็งแรง อีกทั้งกระดาษลูกฟูกมีจุดเด่นแตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ คือมีน้ำหนักเบา ขนย้ายได้ง่าย จึงมีความสะดวก และเป็นสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทพร้อมมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
“ขวัญชนก” กล่าวต่อว่า การทำธุรกิจที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาสองปีหลังจากสินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดแล้ว ก็เริ่มมีแบรนด์อื่นผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเดียวกัน ทำให้แบรนด์ต้องเร่งปรับดีไซน์ใหม่และพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยแม้ว่าจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นและมีแบรนด์จากต่างประเทศมาทำตลาด แต่เชื่อว่าจะเป็นผลดีกับบริษัทที่ทำให้พัฒนาสินค้ามากขึ้น
“เริ่มลงทุนทำธุรกิจด้วยเงินส่วนตัว ทำตลาดผ่านการแนะนำให้เพื่อนใช้ และใช้ช่องทางออนไลน์ควบคู่กันไป พร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งเพจชื่อดังอย่างทูนหัวของบ่าวได้เห็นสินค้า จึงสนใจนำรูปไปโพสต์ ทำให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ยอดสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ต่อมาได้เข้าร่วมออกงานแสดงสินค้าระดับใหญ่ของประเทศ BIG&BIH 2014 ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผลดีอย่างมากส่งผลให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และขยายไปถึงลูกค้าต่างประเทศ” ขวัญชนก กล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมายอดขายสินค้าชะลอตัวลงบ้าง ทำให้บริษัทก็ต้องปรับกลยุทธ์ทำธุรกิจ หาช่องทางกระจายสินค้าให้มากขึ้น และได้ออกงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมทั้งมุ่งดีไซน์เพื่อสร้างความแตกต่าง รวมถึงในปีนี้ยอดขายก็ไม่ได้ปรับลดลงตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากนัก สินค้ายังสร้างยอดขายได้เติบโตอยู่
“แบรนด์ต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและสร้างดีไซน์ใหม่ รวมทั้งมุ่งใช้นวัตกรรมมาพัฒนาธุรกิจ พร้อมสร้างสรรค์สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบใหม่ๆ” ขวัญชนก กล่าว
สำหรับแผนดำเนินงานในปีต่อไป จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดปีละ 1 คอลเลกชั่น เชื่อว่าโอกาสของตลาดยังคงสดใส เพราะในประเทศไทยกลุ่มคนที่เลี้ยงแมวมีจำนวนสูงมาก และคนที่นิยมอยู่คอนโดมิเนียมก็หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแมวมากขึ้น และยังเกิดกระแส Cat cafe ในประเทศเพิ่มขึ้น สินค้าจึงมีโอกาสไปได้ดีในระยะยาว
นอกจากนี้ กำลังหารือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อทำตลาดส่งออก ทั้งประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้จะสามารถเริ่มส่งออกได้ และในปีนี้ประเมินว่า ยอดขายจะเติบโตได้ในระดับน่าพอใจ
“ขวัญชนก” กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องวางแผนทำธุรกิจก่อน มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และต้องเป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อเจออุปสรรคอย่าท้อถอย ต้องสู้ และพัฒนาต่อ พร้อมมองหาโอกาสเพื่อต่อยอดธุรกิจ







