posttoday
หยวนอ่อน-ส่งออกยวบ ตลาดหลัก2.7ล้านล้านเสี่ยง

หยวนอ่อน-ส่งออกยวบ ตลาดหลัก2.7ล้านล้านเสี่ยง

14 สิงหาคม 2558

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย เมื่อธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดค่าเงินหยวน 3 ครั้งติดต่อกันในช่วงวันที่ 11-13 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ (วันที่ 13 ส.ค.) ค่าเงินหยวน อยู่ที่ 6.4010 หยวน/เหรียญสหรัฐ จากวันที่ 10 ส.ค. ที่ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 6.1200 หยวน/เหรียญสหรัฐ หรือลดลง 3.1%

“นโยบายลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นการส่งออกของจีนที่หดตัวลงอย่างหนัก จะทำจีนแข่งขันได้ดีขึ้น แต่จะส่งผลกระทบทางตรงต่อไทย เพราะจีนจะนำเข้าสินค้าไทยแพงขึ้น ส่วนทางอ้อม คือ ศักยภาพการแข่งขันสินค้าไทยในตลาดโลกเมื่อเทียบกับจีนจะยิ่งถดถอยลง จากเดิมที่สู้แทบไม่ได้อยู่แล้ว” สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ระบุ

สมภพ ประเมินว่า นโยบายลดค่าเงินหยวนยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยจากนี้ไปจะได้เห็นการแข่งขันการลดค่าเงินของภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลกเพื่อกระตุ้นการส่งออก ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่เป็นคู่ค้าหลักกับจีน ที่จะมีรายได้จากการส่งออกหายไปแล้ว สินค้าไทยยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าจากประเทศอาเซียนอื่นๆ ด้วยกันที่ส่งออกไปจีน เนื่องจากค่าเงินของคู่แข่งในอาเซียนจะอ่อนค่าลงเช่นกัน

“จากนี้ไทยจะทำการค้ากับจีนลำบากมากขึ้น เพราะค่าเงินแกว่งไปแกว่งมา ขณะที่การลดค่าหยวนจะทำให้ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วนหมด เพราะจีนมีสัดส่วนการค้ามากที่สุดในโลก คิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าโลก โดยเฉพาะการค้าขายระหว่างจีนและอาเซียนที่มีมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ/ปี อีกทั้งยังส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวจากจีนมาเที่ยวไทยน้อยลง เพราะค่าใช้จ่ายเดินทางแพงขึ้น” สมภพ กล่าว

สมภพ บอกว่า การคงเป้าหมายส่งออกไทยของกระทรวงพาณิชย์ที่คาดว่าจะติดลบ 3% อาจเป็นไปได้ยาก เพราะมีปัจจัยการลดค่าเงินหยวนมาซ้ำเติม

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การลดค่าเงินหยวนเพื่อรักษาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนให้ได้ 7% สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้แย่ และอาจจะไปฟื้นตัวในช่วงกลางปีหน้า โดยจะส่งผลให้การส่งออกไทยปีนี้ติดลบ 4-6% ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยจะชะลอตัวลง เนื่องจากเงินหยวนลดค่าลง

“จีนลดค่าเงินหยวนสะท้อนว่าสงครามค่าเงินเกิดแล้ว เพราะที่ผ่านมาสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ต่างใช้มาตรการคิวอีเพื่อทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง” ธนวรรธน์ กล่าว

ขณะที่มุมมองของ สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การลดค่าเงินหยวนจะมีผลกระทบต่อสินค้าไทย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่จะได้รับผลดี ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะได้รับผลดี เพราะเมื่อส่งออกจีนดีขึ้น กลุ่มเหล่านี้จะได้รับผลดีไปด้วย เนื่องจากเป็นสินค้าที่นำเข้าไปผลิตในจีนและส่งออกไปประเทศที่สาม

2.กลุ่มสินค้าที่ไทยเสียเปรียบ ได้แก่ กลุ่มสินค้าที่ส่งออกไปประเทศที่สามและเป็นกลุ่มที่แข่งขันกันด้วยราคา เนื่องจากสินค้าจากจีนจะถูกลง และ 3.กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบเล็กน้อย ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรที่จีนจะต้องนำเข้าเป็นวัตถุดิบ

“ตอนนี้ยังประเมินรายละเอียดไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าจีนจะลดค่าเงินอีกหรือไม่ แต่มันมีผลกระทบกับไทยแน่” สมเกียรติ กล่าว

ด้าน พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอว่า กกร.ควรจะมีจัดประชุมวาระเร่งด่วนเพื่อหารือกรณีจีนลดค่าเงินหยวน เพื่อส่งสัญญาณไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ดำเนินนโยบายที่จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 2-4% เพื่อสนับสนุนการส่งออกของไทย เพราะการที่จีนลดค่าเงินหยวนลงเกือบ 4% ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่จะถูกจีนบีบให้ลดราคาสินค้าลงมา

“ไม่ว่าจีนจะนำเข้าสินค้าไปเพื่อใช้ในประเทศหรือนำไปผลิตเพื่อส่งออก จีนก็ต้องบีบไทยทุกทางให้ลดราคาลงมา ขณะที่การส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนและอาเซียนที่ชะลอตัวอยู่แล้วจะได้รับผลกระทบมากขึ้น และทำให้ปีนี้การส่งออกจะติดลบมากกว่า 3% แน่นอน” พรศิลป์ ระบุ

จึงสรุปได้ว่า การส่งออกของไทยไปตลาดหลักทั้งจีนและอาเซียนที่มีสัดส่วนรวมกัน 37.1% ของการส่งออกรวม และในปี 2557 มีมูลค่า 8.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.7 ล้านล้านบาท อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงท่ามกลางสงครามค่าเงินรอบนี้ และการส่งออกไทยปีนี้จะติดลบหนักที่สุดในรอบ 3 ปี

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?