
สผ.เลื่อนเพิ่มผลิต
ปตท.สผ.จุก เลื่อนแผนเพิ่มกำลังการผลิต ชะลอสำรวจแหล่งน้ำลึก
ปตท.สผ.จุก เลื่อนแผนเพิ่มกำลังการผลิต ชะลอสำรวจแหล่งน้ำลึก
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการของบริษัทมีการทบทวนแผนลงทุนและแผนยุทธศาสตร์ช่วง 5 ปีข้างหน้า มีประเด็นสำคัญที่อนุมัติให้เลื่อนกรอบเวลาแผนขยายกำลังการผลิตเทียบเท่าปิโตรเลียมที่ประมาณ 6 แสนบาร์เรล/วัน จากเดิมในปี 2563 เป็นปี 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการแหล่งผลิตที่มีปัจจุบัน
สำหรับแผนระยะสั้น น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวว่า บริษัทได้ชะลอแผนการสำรวจและผลิตในแหล่งทะเลน้ำลึกออกไปจากเดิมที่จะดำเนินการภายในปี 2558 เพราะมีต้นทุนการผลิตที่สูง แต่บริษัทมีแหล่งดังกล่าวไม่มากจึงไม่กระทบแผนการผลิตและขยายในปีนี้ และยังคงทำการผลิตต่อเนื่อง หรือเร่งแผนในโครงการที่คุ้มค่ากับการลงทุน
นอกจากนี้ บริษัทได้เจรจากับกรมสรรพากรเพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนวิธีการยื่นแบบรายการภาษี เนื่องจากบริษัทใช้เงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินสกุลหลักในการทำงบการเงินแต่ต้องคำนวณภาษีเป็นสกุลเงินบาท ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาททุกๆ 1 บาท จะกระทบต่อกำไรของบริษัทประมาณ 60-70 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นความเสี่ยงซึ่งไม่สามารถจัดการได้ และมีผลกระทบต่องบการเงินอย่างมาก จากการบันทึกภาษีเงินได้รอการตัดทางบัญชี (Defer Tax) ทั้งนี้ กรมสรรพากรมีแนวคิดที่จะแก้ไขในเรื่องนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำร่างเพื่อแก้ไขกฎหมาย และช่วยลดอุปสรรคเพราะเป็นประเด็นที่มีความยุ่งยากและซับซ้อน รวมถึงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าภูมิภาค ศูนย์บริหารเงินภูมิภาค
ทั้งนี้ ตามแผนขยายกำลังการผลิตจะใช้เงินลงทุนในช่วงดังกล่าวเฉลี่ยประมาณ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี รวมถึงโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ แม้สถานการณ์ปัจจุบันผู้ซื้อมีโอกาสที่เข้าซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาที่ถูก แต่ในฝั่งผู้ขายก็มองว่าหากขายตอนนี้จะได้ราคาที่ต่ำเกินไป ส่งให้การเจรจายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
“ราคาน้ำมันที่ลดลงอยู่ตอนนี้ บริษัทมองหาโอกาสซื้อกิจการตลอด และเน้นการลงทุนกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รอให้ผู้ประกอบการที่มีสายป่านสั้นและต้นทุนผลิตสูงขายออกมา ตอนนี้พร้อมมีเงินสดในมือราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ต่ำเพียง 0.33 เท่านั้น” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่ว่าราคาน้ำมันจะลงไปเท่าไรจะไม่มีผลกระทบเป้าหมายกำไรที่ตั้งไว้ และแผนการสร้างกระแสเงินสดในปีนี้ที่ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากได้ทำประกันความเสี่ยงล่วงหน้าของราคาน้ำมันและก๊าซที่ขายแล้วอัตรากำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อม ดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา มาร์จิ้น) จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 70%
แนวโน้มราคาน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของจีน บริษัทยังคงประมาณการน้ำมันดิบดูไบกรณีทั่วไปเฉลี่ยในทั้งปีไว้ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ ส่วนแนวโน้มของปี 2558-2559 ยังประเมินได้ยาก







