posttoday
เร่งแผนปั้นอุตฯ7คลัสเตอร์

เร่งแผนปั้นอุตฯ7คลัสเตอร์

12 สิงหาคม 2558

“ประวิตร” สั่งเร่งเคาะพื้นที่-สิทธิประโยชน์ปั้น 7 คลัสเตอร์ดึงนักลงทุน

“ประวิตร” สั่งเร่งเคาะพื้นที่-สิทธิประโยชน์ปั้น 7 คลัสเตอร์ดึงนักลงทุน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันศึกษาความเหมาะสมเรื่องการตั้งฐานการผลิตอุตสาหกรรม 7 คลัสเตอร์ ในแหล่งพื้นที่กลุ่มจังหวัด และสิทธิประโยชน์ต่างสำหรับนักลงทุน

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรม 7 คลัสเตอร์ที่ต้องการส่งเสริม ได้แก่ 1.ยานยนต์และชิ้นส่วน 2.ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 3.แปรรูปอาหาร 4.ยางพารา 5.เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 6.สิ่งทอ และ 7.ไอที

ขณะที่พื้นที่เป้าหมายเบื้องต้นจะอยู่ในกลุ่มจังหวัดติดชายแดนและเป็นพื้นที่ที่ขยายจากอีสเทิร์นซีบอร์ด เช่น ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก และสระแก้ว เป็นต้น โดยการกำหนดความเหมาะสมด้านพื้นที่สำหรับแต่ละคลัสเตอร์นั้น จะต้องพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของพื้นที่นั้นๆ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

“หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจะต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจนและนำมาเสนอที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า จะเร่งให้เกิดก่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อที่ท่านนายกฯ จะได้มีข้อมูลไปชี้แจงและชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยก่อนที่จะเปลี่ยนใจไปลงทุนประเทศอื่นแทน” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ขณะเดียวกัน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนนั้น พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า ยังมีอุปสรรคหลักๆ คือ พื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีปัญหาด้านผังเมือง ขณะที่สิทธิประโยชน์การลงทุนก็ยังไม่จูงใจมากเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมีหน้าที่เพียงติดตามปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปได้ช้า และเป็นผู้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่จะไม่ไปก้าวก่ายงานของฝ่ายบริหาร

ด้าน นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมนี้ เป็นสิ่งที่ภาคเอกชนเสนอไปก่อนหน้านี้ และตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นว่า รัฐบาลต้องการจะผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมก่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติว่า รัฐบาลตั้งใจจริงที่จะเดินหน้านโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และต้องการแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของโครงการด้วย

สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาแต่ละคลัสเตอร์นั้นนายนิยม กล่าวว่า คลัสเตอร์ยานยนต์ ควรอยู่ใน จ.สระแก้ว เพราะสามารถเชื่อมการส่งออกไปยังกัมพูชาได้ ขณะที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ เหมาะสมกับพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว

ด้านคลัสเตอร์แปรรูปอาหาร เหมาะสมกับพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และอุตสาหกรรมยางพารา ควรจะอยู่ใน จ.ปราจีนบุรี หรือจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกที่มีการปลูกยางพารา และมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านไม้ยางพาราอยู่แล้ว ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า สามารถตั้งฐานได้ในทุกพื้นที่ เพราะเป็นอุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมสิ่งทอจะต้องอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก และอุตสาหกรรมไอที ควรจะเน้นลงทุนในพื้นที่ปทุมธานี ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคอยู่แล้ว

นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ว่า ควรแยกสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยส่วนของไทยควรมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและเสนออัตราภาษีนิติบุคคลที่ต่ำกว่าการลงทุนในพื้นที่อื่น ขณะที่สิทธิประโยชน์สำหรับต่างชาติ จะต้องเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างข้อเสนอที่จูงใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน