
ลุ้นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และมาตรการกระตุ้นจากจีน
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ซึ่งไม่ผิดไปจากที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้การคงดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวไม่มีผลทั้งในเชิงบวกหรือลบต่อหุ้นกลุ่มใด
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ซึ่งไม่ผิดไปจากที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้การคงดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวไม่มีผลทั้งในเชิงบวกหรือลบต่อหุ้นกลุ่มใด
แต่น่าจะส่งผลบวกในเชิงลดความกังวลว่าบาทจะอ่อนค่าแรงจากส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐที่กว้างขึ้น ช่วยให้เงินบาทมีเสถียรภาพและน่าจะชะลอเงินไหลออกหรือแรงขายของต่างชาติในช่วงสั้นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามตลาดซึมลงเนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ความล่าช้าของการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้งการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันที่เป็นปัจจัยถ่วงหุ้นพลังงาน ทำให้ดัชนีปรับลดลง 12 จุด โดยปิดที่ 1,428.79 จุด
การปรับลดประมาณการในเดือน ก.ค. : สัปดาห์ที่ผ่านมา Consensus ปรับลดประมาณการกำไรปี 2558 สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดของไทยลงเพิ่มเติม 0.91% WoW จาก 98.68 บาท/หุ้น เป็น 96.48 บาท/หุ้น สืบเนื่องจากการปรับลดประมาณการกลุ่มธนาคาร (TMB, KKP, SCB, BBL), กลุ่มธุรกิจเกษตร (GFPT), กลุ่มบันเทิง (MONO, RS) และกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง (CK, SEAFCO) สำหรับในมุมมองเชิงบวก Consensus ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (TASCO, DCC) และกลุ่มปิโตรเคมี (IVL, PTTGC)
ขณะเดียวกัน เป้าหมายดัชนี SET ถูกปรับลดลงเพิ่มเติมโดย Consensus จาก 1,683.01 จุด เป็น 1,653.88 จุด หรือคิดเป็น 1.73% ในเดือน ก.ค. สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกมองค่อนข้างเป็นลบมากขึ้นโดย Consensus อิงพื้นฐานจากราคาเป้าหมายคือกลุ่มธนาคาร (TMB, SCB, KTB, BBL, KKP, BAY), กลุ่มธุรกิจเกษตร (GFPT) และกลุ่มบันเทิง (RS, VGI)
ปัจจัยสำคัญต่างประเทศกำหนดจิตวิทยาการลงทุนในสัปดาห์หน้า : ตลาดจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-farm payroll) ของสหรัฐ ซึ่งหากเพิ่มขึ้นในระดับ 2 แสนตำแหน่ง น่าจะเป็นการเติบโตในระดับที่เหมาะสม และไม่เร็วจนกระตุ้นให้กังวลการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สูงกว่า 2.5 แสนตำแหน่ง จะเป็นระดับที่ทำให้ตลาดกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ย และทำให้มีความเสี่ยงต่อแรงทำกำไรในช่วงสั้น นอกจากนี้นักลงทุน “รอคอย” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกระตุ้นภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นจีน เนื่องจากอาจกระทบถึงความมั่งคั่งของชนชั้นกลางของจีน ลามไปถึงการใช้จ่ายและบริโภค ซึ่งจะขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชีย ดังนั้นหากจีนมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยาต่อหุ้นในเอเชีย
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : เราคาดปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้น้ำหนักในสัปดาห์นี้ ยังคงเป็นการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (ถึงวันที่ 15 ส.ค.) และปันผลระหว่างกาล อย่างไรก็ตามเราคาดทิศทางตลาดจะถูกกำหนดด้วยกระแสตอบรับต่อการจ้างงานของสหรัฐ และมาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมของจีน ซึ่งเราประเมินปัจจัยทั้งสองประการข้างต้น น่าจะส่งผลบวกในทางแกว่งตัวขึ้นของดัชนีและหนุนบรรยากาศเก็งกำไรในช่วงสั้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณการกำไร บจ.หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2558 ทำให้การฟื้นตัวยังน่าจะจำกัดเพียง 1,450 จุด ในเชิงกลยุทธ์การปรับขึ้นจึงเป็นโอกาสขายทำกำไรสำหรับผู้ลงทุนระยะสั้น และปรับเพิ่มการถือเงินสดเพื่อรับมือความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงต่อไป อย่างไรก็ตามหากดัชนีปรับลดลงต่ำกว่า 1,420-1,425 จุด แนะนำชะลอการเก็งกำไรเพื่อประเมินสถานการณ์
หุ้นเด่น : ADVANC, INTUCH, DTAC, SAMART, CFRESH, CENTEL, SC, TPOLY, EASTW
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : CEN, EMC, TFD, WHA, CHOW, PMTA (นักลงทุนควรตั้ง Stop loss หากหุ้นลง 3-5%)







