
เงินบาทนิ่ง นอนรอปัจจัยขับเคลื่อนใหม่
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35-35.25 ในสัปดาห์นี้ โดยเรามองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบและผันผวนน้อยลง หลังจากที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวขับเคลื่อนค่าเงินทั่วโลก คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือน ก.ค.ที่ออกมาในวันศุกร์ จะเป็นเสมือนเครื่องชี้ชะตาว่าจะเพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้หรือไม่ ซึ่งจะถือเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 6 ปี
นักวิเคราะห์ในตลาดคาดว่า ตลาดแรงงานสหรัฐจะมีการจ้างงานประมาณ 2.25 แสนตำแหน่งในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นจาก 2.23 แสนตำแหน่งในเดือนก่อน ซึ่งระดับที่มากกว่า 2 แสนตำแหน่ง มักเป็นระดับที่สะท้อนว่าตลาดแรงงานมีการขยายตัวได้ดีแล้ว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจจากสหรัฐปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์บางคนเริ่มมองว่าเฟดจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ภายในเดือน ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (Fed Funds Futures) สะท้อนว่านักลงทุนที่ซื้อขายดอกเบี้ยจริงยังไม่แน่ใจว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. หรือเดือน ธ.ค. โดยนักลงทุนยังมองว่ามีความเป็นไปได้ 50% เท่ากัน เรามองว่าตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐจะออกมาดีและหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐทยอยแข็งค่าอย่างช้าๆ และกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำมันและทองคำด้วย แต่ด้านเทคนิคแล้ว เราเริ่มเห็นดัชนี Relative Strength Index (RSI) ปรับลดลงแล้ว ส่งสัญญาณว่านักลงทุนเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐน้อยลง การที่ดัชนี RSI ปรับลดลงพร้อมๆ กับเงินบาทที่อ่อนค่า มักจะชี้ว่าเงินบาทจะเริ่มคงที่มากขึ้น หรืออาจแข็งค่าได้บ้าง
นอกจากปัจจัยนี้แล้ว ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ ที่น่าจับตา เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนของจีน ที่จะสะท้อนว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง จีดีพีของประเทศในยุโรป และดัชนีค้าปลีกของสหรัฐ
ในสัปดาห์ก่อน เงินบาทเปิดตลาดที่ 34.97 ก่อนจะอ่อนค่าลงแรงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากประธานเฟด สาขาแอตแลนตา (Dennis Lockhart) กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดอาจเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. ทำให้นักลงทุนตกใจมาก เนื่องจาก Dennis มักจะมีท่าทีที่เป็นกลางและไม่เคยแสดงความเห็นที่ Hawkish แบบนี้ นักลงทุนจึงปรับมุมมองต่อช่วงเวลาการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด นอกจากนี้ปัจจัยในประเทศเองก็มีส่วนทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงแรง หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธปท.มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% แต่ส่งสัญญาณว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยลงอีกหากจำเป็น กนง.ยังส่งสัญญาณว่าเงินบาทควรจะอ่อนค่าเช่นนี้ต่อไป เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ 35.13 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)
เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.0968 ก่อนจะแข็งค่าระยะสั้นๆ มาที่ 1.0995 หลังจากอัตราเงินเฟ้อของยุโรปเดือน ก.ค.ปรับขึ้น 0.2% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของยูโรโซนสะท้อนว่ากิจกรรมในภาคการผลิตของยูโรโซนปรับดีขึ้นในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ 52.4 มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้นักลงทุนโล่งใจมากขึ้นว่าผลของการทำ QE ของธนาคารกลางยุโรปเริ่มส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจจริง
เงินเยนเปิดตลาดที่ 124 ก่อนจะแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ และปรับอ่อนค่าลง หลังจากการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเกือบทุกสกุล หลังจากคำกล่าวของประธานเฟด สาขาแอตแลนตา เงินเยนจึงอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ 124.70 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)







